าใกล้ประตูใหญ่จนห่างประมาณยี่สิบก้าว ทันใดนั้นภาพวาดที่ติดอยู่บนประตูพลันเปล่งแสงออกมา ในชั่วขณะถัดมา บุคคลในภาพวาดก็กะพริบตาราวกับมีชีวิตขึ้นมา
หนึ่งในภาพวาดได้เปล่งเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “ผู้มาเยือนคือผู้ใด!”
เมื่อหญิงชุดขาวที่เป็นหัวหน้าเห็นเช่นนั้น ก็รีบก้าวไปข้างหน้าแล้วประสานมือคำนับ พลางกล่าวว่า
“ศิษย์ในสังกัดสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักปราบสวรรค์ ไฉอี ขอพบท่านผู้อาวุโสสวี”
“ขอร้องท่านผู้อาวุโสสวี ช่วยชีวิตสตรีศักดิ์สิทธิ์ด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น บุคคลในภาพวาดก็เหลือบมองหญิงในชุดนักบวช ที่ถูกหญิงสาวหลายคนคุ้มกันอยู่ แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า “รอก่อน ข้าจะไปแจ้งท่านผู้อาวุโสสวี”
จากนั้น หนึ่งในภาพวาดก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ภาพวาดก็เปล่งแสงขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพวกหญิงชุดขาวก็ได้รับคำตอบ
“เข้ามาเถิด ท่านผู้อาวุโสสวีรออยู่ข้างใน”
เมื่อพูดจบ ประตูใหญ่ทั้งสองบานก็เปิดออกเอง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
หลังจากกล่าวขอบคุณ หญิงชุดขาวทั้งหมดก็คุ้มกันหญิงในชุดนักบวชเข้าไปในวัดเต๋า เมื่อคนสุดท้ายเข้าไปแล้ว ประตูใหญ่ของวัดเต๋าก็ปิดลงอีกครั้ง
บุคคลทั้งสองในภาพได้มองไปรอบๆ หนึ่งครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด พวกเขาก็กลับเป็นภาพวาดธรรมดาอีกครั้ง
“ท่านผู้อาวุโสสวี ท่านผู้อาวุโสสวี”
หลังจากเข้าสู่วัดเต๋า ไฉอีก็นำทุกคนมาถึงวิหารหลักของวัด เมื่อก้าวเข้าสู่ลานที่ตั้งของวิหารหลักแล้ว