อกเข้าไปแล้ว มันกลับเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน
หยางเหยียนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หัวหน้า พวกเราคงไม่ได้ถูกคนแซ่หลิวคนนั้นหลอกใช่ไหม”
หลี่เต้ามองสำรวจรอบข้าง สายตาของเขากองมองไปยังภายในเมืองที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนอีกครั้ง จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบาว่า
“เข้าไปข้างในก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ไม่นานนักทุกคนก็ผ่านประตูเข้าไปในเมืองไคหยาง แต่ในขณะที่ทุกคนก้าวเข้าสู่เมืองไคหยางนั้น พวกเขารู้สึกเพียงว่าสายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ จากนั้นทุกสิ่งตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เมืองไคหยางที่เดิมทีว่างเปล่าและเงียบสงัด กลับเปลี่ยนโฉมหน้าไปทันที กลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองคึกคัก บนถนนสายยาวปรากฏผู้คนมากมายที่เดินสัญจรไปมา ในหูยังมีเสียงป่าวร้องขายของดังขึ้นไม่หยุด
“หัวหน้า…” หยางเหยียนหันไปมองหลี่เต้า สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกคาดไม่ถึงอย่างแท้จริง
“คุณชาย นี่น่าจะเป็นวิชาลวงตา” เหมียวเมียวซินโผล่ศีรษะออกมาจากในรถม้าแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“วิชาลวงตารึ?” หลี่เต้าพึมพำกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าจะมีคนวางกับดักพวกเราไว้ล่วงหน้าแล้ว”
เขาเงยหน้าขึ้นมองภาพความรุ่งเรืองตรงหน้าอีกครั้งแล้วเอ่ยปาก “หยางเหยียน เดินหน้าต่อไปเถอะ”
เหมียวเมียวซินพูดสิ่งที่คิดออกมา “คุณชาย เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือหยุดอยู่กับที่”
หลี่เต้ายิ้มบาง “หากหยุดอยู่กับที่ มิเท่ากับปล่อยให้การต้อนรับอันยิ่งใหญ่ของอีกฝ่ายสูญเปล่าหรอกหรือ