ูเฉินโหยวก็จะตามติดข้าไปทุกที่ บอกว่าล้วนเป็นเรื่องด่วนต้องจัดการทันที”
“ข้าจำไม่ได้ว่ามีเรื่องใดที่ต้องรีบจัดการ ข้าเพียงแต่มอบแผนงานให้เฉินโหยวเท่านั้น”
หลี่เต้าขมวดคิ้วกล่าว“ท่านหยาง ท่านคงไม่ได้ทำให้เฉินโหยวไม่พอใจหรอกนะ”
“ทำให้ไม่พอใจ?”หยางหลินขมวดคิ้วพูด“ข้าเคยทำให้เขาไม่พอใจตั้งแต่เมื่อใดกัน ข้าถึงขั้นเห็นแววดีในตัวเขา ถึงได้ชักชวนเขาต่อหน้าเจ้า จะทำให้เขาไม่พอใจได้อย่างไร”
ทันใดนั้น หยางหลินก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าจึงแข็งค้างไปโดยไม่รู้ตัว“ท่านหยาง ท่านนึกอะไรขึ้นมาหรือ?”
“ข้าคงรู้แล้วว่าเพราะอะไร”
“เพราะอะไรหรือ?”
“หยางเหยียน”
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว หลี่เต้าก็อดหัวเราะไม่ได้“ท่านหยาง ครั้งนี้เฉินโหยวก็ใจดีมากแล้วนะ”
หยางหลินสีหน้าบึ้งตึงพลางกล่าว“เจ้าหนูเฉินโหยว ดูภายนอกเหมือนคนซื่อ ไม่นึกว่าจะเป็นคนจดจำความแค้นจริง ๆ”
“ลองคิดถึงฉีเซิ่งสิ ท่านก็จะเข้าใจ ถ้าเป็นท่านเองจะทนได้หรือ?”หลี่เต้าปลอบใจ
หยางหลินส่ายหน้า ตอนแรกเขาคิดว่าหลังจากที่เฉินโหยวจัดการฉีเซิ่งแล้วก็คงจบเรื่องของหยางเหยียน ที่แท้ก็รอเขาอยู่ตรงนี้ สำคัญที่สุดคือ เรื่องที่ทำไปก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะทำตามกฎระเบียบทั้งนั้น
คราวนี้ หนี้ของหลานชายที่ปู่ต้องมาชดใช้แทน ทำให้เขาต้องทุกข์ใจอยู่พักใหญ่ พอนึกถึงว่าความทุกข์ของหลานชายต้องมาตกอยู่ที่ตัวเขาผู้เป็นปู่ หยางหลินก็รู้สึกโมโหจนแทบระเบิด จึงพูดออกมาว่า“