ดอีกหรือไม่?”
ทันใดนั้น ท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบ
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ พระองค์ก็ชินชาเสียแล้ว
แม้ว่าอาณาเขตของต้าเฉียนจะกว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมพื้นที่มหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ราชกิจในแต่ละวันก็ไม่ได้มีมากนัก
ประการแรก เป็นเพราะนโยบายการปกครองภายในของต้าเฉียนที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงรู้จักกระจายอำนาจ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญเป็นพิเศษ ก็ไม่จำเป็นต้องถึงหน้าองค์ฮ่องเต้
ประการที่สอง ต้าเฉียนมีทำเลที่ตั้งดีเยี่ยม มีภัยพิบัติและความเดือดร้อนน้อย เมื่อไม่มีภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ เรื่องทั่วไปสำหรับต้าเฉียนก็จัดการได้โดยง่าย
ส่วนประการที่สาม เป็นเพราะต้าเฉียนกำลังเฟื่องฟูรุ่งเรือง อยู่ในช่วงที่เจริญรุ่งเรืองถึงขั้นสุด ทุกด้านล้วนกำลังเติบโตรุ่งโรจน์ จึงไม่มีผู้ใดก่อเรื่องโดยไร้สาเหตุ
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก ฮ่องเต้จึงส่งสายตาให้ขันทีคนสนิทที่อยู่ข้างกาย
“เมื่อไม่มีธุระใดแล้ว ก็จงถอย…”
ขันทีคนสนิทพูดได้เพียงครึ่งประโยค จู่ ๆ ก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้น นอกท้องพระโรง
ไม่นาน ทหารองครักษ์นายหนึ่งสวมชุดเกราะเต็มยศก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
เขาประสานมือคำนับฮ่องเต้พลางทูลว่า “ทูลฝ่าบาท ทางชายแดนด้านเหนือมีเรื่องด่วนจะรายงานพ่ะย่ะค่ะ”
“ทางเหนือหรือ?” ฮ่องเต้ดวงตาวาววับ ตรัสถาม “เป็นข่าวจากด่านฟู่เฟิงหรือไม่? นำมาให้ข้าดู”
เมื่อได้ยินดังนั้น ขันทีคนสนิทที่อยู่ข้างพระองค์ก็เดินลงจากแท่