ดกร่อนร่างกายข้ามาหนึ่งเดือน ส่งผลกระทบต่อพลังปราณแท้ของข้า บัดนี้พลังปราณแท้ในร่างข้าสลายไป กลายเป็นพลังปราณเซียนเทียนทั้งหมด พูดง่าย ๆ คือวรยุทธ์ของข้าตกลงมาอยู่ที่ขั้นเซียนเทียนแล้ว”
ท่านเจิ้งและหยางหลินต่างตกตะลึง
พวกเขาไม่คิดว่าหลังจากโดนพิษ วรยุทธ์ยังสามารถตกต่ำลงได้ โดยเฉพาะหยางหลิน เขาเคยผ่านเรื่องนี้มาก่อน รู้ดีถึงความยากลำบากในการฝ่าด่านจากขั้นเซียนเทียนไปสู่ขั้นปรมาจารย์ บัดนี้วรยุทธ์ตกต่ำลงอย่างฉับพลัน คงเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก
ท่านเจิ้งเข้าใจในจุดนี้ กำลังจะเอ่ยปากปลอบใจ ก็ได้ยินเสิ่นจงพูดต่อว่า
“จริง ๆ แล้วการที่วรยุทธ์ตกต่ำลงมาก็ดีเหมือนกัน”
พูดถึงตรงนี้ เสิ่นจงเหลือบมองไปที่หลี่เต้าแล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ต้องขอบคุณยาเมื่อครู่ด้วย แม้ว่าวรยุทธ์จะตกต่ำลง แต่ด้วยฤทธิ์ยา อาการบาดเจ็บและความเจ็บป่วยเก่า ๆ ในร่างกายข้าได้หายสนิทแล้ว”
“คราวนี้ข้าสามารถฝ่าด่านได้โดยไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ รักษาระดับขั้นของตนเองให้มั่นคง ข้ารู้สึกว่าหากภายหลังได้ฝ่าด่านใหม่อีกครั้ง คงไม่ยากเย็นเหมือนครั้งก่อน”
ได้ยินถึงตรงนี้ ท่านเจิ้งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
ขอเพียงไม่ต้องบากบั่นเหมือนครั้งก่อนก็พอแล้ว อีกอย่าง ดูเหมือนว่าหลังจากผ่านวิกฤตความเป็นความตายครั้งนี้ เสิ่นจงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
หลังจากนั้น ท่านเจิ้งก็ได้ตรวจร่างกายเสิ่นจงอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มี