ง
เมื่อเห็นบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีสีหน้ากระตือรือร้นแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ เสิ่นจงก็เผยรอยยิ้มบาง แต่เมื่อสายตาของเขามองไปยังเงาร่างที่มุมห้อง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นหม่นหมองลง
“ฉีเซิ่ง!”
เสิ่นจงก้าวออกจากประตู เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาของทุกคนก็จ้องมองไปที่ฉีเซิ่งตรงมุมห้องพร้อมกัน
เนื่องจากคอยจับตามองเสิ่นจงอยู่ตลอด ฉีเซิ่งจึงได้ยินเสียงเรียกอย่างแน่นอน เแต่เมื่อโดนเรียกแบบนั้น ร่างของฉีเซิ่งก็แข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะสาปแช่งเสิ่นจงในใจมากเพียงใด แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดลับ ๆ ในใจของเขาเท่านั้น
เมื่อเสิ่นจงปรากฏตัวต่อหน้า ฉีเซิ่งก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง เขาไม่คิดจริงๆ ว่าเสิ่นจงจะฟื้นขึ้นมาได้
ไม่นาน ฉีเซิ่งก็สงบใจลง ฟื้นขึ้นมาแล้วอย่างไร ความผิดข้าก็ได้ก่อไว้แล้ว และก็ถูกลงโทษไปแล้ว ถึงจะรู้ความจริงก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่โดนดุด่าว่ากล่าว อย่างไรเสียพ้นจากวันนี้ไป ข้าก็จะจากออกจากด่านฟู่เฟิงแล้ว
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นว่าพอเสิ่นจงฟื้นขึ้นมาก็ให้ความสนใจกับฉีเซิ่งอย่างมาก จึงมีคนหนึ่งอดไม่ไหวเอ่ยขึ้น
“แม่ทัพเสิ่น ท่านยังไม่รู้เรื่องที่ฉีเซิ่ง…”
ยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นจงก็ยกมือขึ้นตัดบทคำพูดของอีกฝ่าย
“ไม่ต้องเตือน ข้ารู้แล้ว”
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างตกตะลึง คิดในใจว่าก่อนหน้านี้ท่านยังหมดสติอยู่เลย จะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉีเซิ่งได้อย่างไร
เพราะบา