งชื่อให้กลอุบายของชาวเป่ยมหานนี้ด้วย เรียกว่า ‘กลยุทธ์เมืองร้าง’ พวกท่านเห็นเป็นเช่นไร”
ในที่สุดหยางหลินก็ทนไม่ไหว เอ่ยเรียกขึ้นมา “ทหาร”
“ท่านผู้บัญชาการเรียกหาข้าหรือ?” หยางเหยียนรีบเข้าไปหาทันที
“ไปให้พ้น”
ไม่นาน แม่ทัพคนหนึ่งจากในกลุ่มคนก็เดินเข้ามา
หยางหลินมองหยางเหยียนแวบหนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่ง “เจ้าจงนำกำลังหนึ่งหน่วยไปดูที่ด่านฟู่เฟิง ดูซิว่าเป็นอย่างที่รองแม่ทัพหยางเหยียนกล่าวว่ามีกลยุทธ์เมืองร้างอะไรนั่นหรือไม่”
หยางเหยียน “…”
ยามนี้ ต่อให้หยางเหยียนโง่เพียงใดก็เข้าใจ กลยุทธ์เมืองร้างที่เขาพูดถึงนั้นช่างน่าขันเหลือเกิน แค่หน่วยลาดตระเวนเพียงหน่วยเดียวก็สามารถพิสูจน์ได้
ไม่นานหลังจากนั้น หน่วยที่ถูกส่งไปก็กลับมา แม่ทัพผู้นำหน่วยรายงานว่า
“เรียนท่านแม่ทัพ ภายในด่านฟู่เฟิงไม่พบการซุ่มโจมตีแต่อย่างใด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางเหยียนก็หมดหวังโดยสิ้นเชิง เขาหันไปมองเฉินโหยวแล้วถามว่า
“หรือว่าด่านฟู่เฟิงจะไม่ได้แตกจริง ๆ อย่างที่เจ้าว่า?”
เฉินโหยวมองฉีเซิ่งแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพูด
“หากด่านฟู่เฟิงแตก สิ่งที่พวกท่านจะได้เห็นก็คงมีเพียงศพของข้าเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉีเซิ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งรู้สึกว่าเสียหน้า จนอยากจะหาช่องดินสักแห่งให้ตัวเองมุดหนีไป
แต่สุดท้ายเขาก็อดกลั้นเอาไว้ได้ ยังไม่ถึงทางตัน เขายังคงยืนหยัดต่อไปได้
ดังนั้นเขาจึงฝืนยิ้มเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ด่านฟู่เฟิงไม