กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาก็เริ่มรู้สึกกดดันบ้างแล้ว
ทันใดนั้น เซินเชียนซานก็เอ่ยขึ้น “เจ้าหนู ข้าเห็นว่าเจ้าฝืนต่อไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่สู้ต่อรองกัน พวกเราทั้งสองคนถอยออกมาแล้วแยกย้ายกันไปดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกล่าว “ตาแก่ เจ้าทนไม่ไหวแล้วสินะ”
“เจ้าหนู เจ้าอย่าได้ไม่รู้จักดีชั่ว ถ้าจะสู้กันจริง ๆ ก็ยังไม่แน่ว่าใครจะแพ้ชนะ” เซินเชียนซานยังคงสีหน้าเรียบเฉย
หลี่เต้าเองก็ยังคงสีหน้าเช่นเดิม “เจ้าทนไม่ไหวแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าไม่ได้ทนไม่ไหว แค่ไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายต้องบาดเจ็บเท่านั้น” เซินเชียนซานหายใจติดขัดด้วยความโมโห แต่ก็ยังกดข่มอารมณ์
“อืม” หลี่เต้าพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวต่อ “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคงทนไม่ไหวแล้วสินะ”
เซินเชียนซานสีหน้าแข็งค้าง พูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าหนู เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือ”
“ก็เจ้าเป็นคนเล่นตลกกับข้าก่อนไม่ใช่หรือ?” หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ “หากให้ปล่อยมือพร้อมกันจริง ๆ ถ้าข้าปล่อยแต่เจ้าไม่ปล่อย เช่นนั้นข้าคงไม่ดีแน่”
เซินเชียนซานเอ่ยขึ้นอีกว่า “ข้าขอสาบานในนามเผ่าถ่ามู่ ข้าจะไม่ผิดคำพูด หากจะปล่อยก็ต้องปล่อยพร้อมกัน”
“จริงหรือ” หลี่เต้าเอ่ยอย่างประหลาดใจ
“จริง”
“งั้นปล่อยพร้อมกันนะ?”
“พร้อมกัน!”
“ข้าจะนับหนึ่งสองสาม”
“หนึ่ง สอง สาม!”
ทันทีที่คำพูดจบลง ชายชราและเด็กหนุ่มต่างจ้องตากันไปมา สุดท้ายไม่มีใครยอมขยับตัว
“