นัก กรงขังทั้งหมดในคุกใต้ดินก็ถูกเปิดออก แต่พวกทาสทั้งหมดยังไม่ขยับเขยื้อน พวกเขาต่างจ้องมองไปที่กลุ่มของหลี่เต้า
หลี่เต้ามองดูครู่หนึ่ง แล้วส่งดาบเหล็กทมิฬในมือคืนให้เว่ยอวิ๋น
“ดาบเล่มนี้ข้าคืนให้เจ้าก่อน”
เว่ยอวิ๋นรับดาบมา เห็นหลี่เต้ามือว่างเปล่าจึงถาม “แล้วท่านเล่า”
ในชั่วขณะถัดมา หลี่เต้าก็ดึงธนูไม้เหล็กพันปีออกมาจากด้านหลัง
“คืนนี้ข้าจะใช้อันนี้เป็นหลัก”
จากนั้นเขาก็ตบบ่าเว่ยอวิ๋น “ฝากเจ้านำพวกทาสเหล่านี้ด้วย รออีกครึ่งชั่วยามค่อยออกเดินทาง เมื่อออกเดินทางแล้ว ช่วยข้าไปรับคนสามคนที่ห้องรับรองบนหอด้วย แล้วรีบไปรวมตัวกันที่หน้าประตูเมืองก่อนฟ้าสาง ตอนนี้ข้ายังมีธุระอื่นต้องไปจัดการ”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวจากไปทันทีโดยไม่ลังเล
หลังออกจากคุกใต้ดิน หลี่เต้าลูบหัวเสี่ยวเฮยที่อยู่ด้านนอกพลางกล่าวว่า “เจ้าอยู่ที่นี่กับพวกเขาเถอะ”
“โฮ่ง ๆ”
“เข้าใจแล้ว เจ้าก็ระวังตัวด้วย”
เมื่อพูดจบ หลี่เต้าก็ทะยานร่างขึ้นไปบนชายคา กระโดดต่อเนื่องจนมาถึงจุดสูงสุดของหลังคาอย่างรวดเร็ว
ในความมืดของราตรี หลี่เต้าใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบด้าน
แม้เมืองบาปจะเป็นเมือง แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก เพราะการจะสร้างเมืองที่แท้จริงบนทุ่งหญ้านั้นเป็นเรื่องยาก
หากจะพูดว่าเมืองบาปเป็นเมือง เรียกว่าเป็นตำบลขนาดใหญ่คงจะเหมาะมากกว่า ทั้งความกว้างและความยาวมีไม่ถึงสามพันจั้ง