หลี่เต้ามองหาไปรอบ ๆ ในที่สุดสายตาก็จับจ้องไปยังหอคอยที่สูงที่สุดซึ่งตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองบาป
ประมาณครึ่งชั่วยาม
หลี่เต้านั่งยอง ๆ อยู่บนยอดหอคอยสูง
ข้างกายนอกจากง้าวมังกรทมิฬที่พกติดตัว ยังมีถุงลูกธนูที่ซื้อมาจากในเมืองบาปเมื่อตอนกลางวันวางอยู่มากมาย
เขาหยิบธนูเหล็กพันปีออกมาจากด้านหลัง พลางลูบคลำลูกธนูในมือ พร้อมกับจ้องมองออกไปยังที่ไกล ๆ อย่างเงียบ ๆ กำลังรอคอยอยู่
ในความมืดของราตรี พระจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ
ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองบาปต่างเข้านอนกันหมดแล้ว ทั้งเมืองจมอยู่ในความเงียบสงัด ราวกับว่าความชั่วร้ายทั้งหลายได้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง เหลือเพียงยามเฝ้าที่ออกลาดตระเวนเป็นครั้งคราว หรือไม่ก็คนเมาที่เดินอยู่ตามท้องถนน
แต่นั่นเป็นเพียงภาพที่เห็นภายนอก เบื้องหลังความมืดมิด ความชั่วร้ายในเมืองบาปแห่งนี้ยังคงแพร่กระจายไม่หยุดหย่อน
อย่างไรก็ตาม ตามมุมมืดของเมืองในยามนี้ เงาร่างของผู้คนมากมายรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เริ่มเคลื่อนไหวไปทั่วในความมืด
บนถนนยาวสายหนึ่ง
ชายเมาผู้หนึ่งเดินโซเซไปตามถนน มีกลิ่นอายของความเสื่อมทรามติดตัว ขณะเดินไปก็พร่ำพรรณนาถึงหญิงที่เขาเพิ่งร่วมหลับนอนด้วยเมื่อไม่นานมานี้
“จุ๊ ๆ สมแล้วที่เป็นสตรีแคว้นต้าเฉียน ช่างสดใสงดงามเสียจริง รอให้ข้าเก็บเงินได้มากพอ จะต้องซื้อสักคนมาไว้เชยชมในบ้านทั้งวันทั้งคืน”
แต่ในตอนที่เขากำลังจะเดินผ่านตรอกแห่งหนึ