้นชีวิตของพวกเราก็จะไม่สูญเปล่า”
เมื่อเห็นท่าทีของนาง หลี่เต้าก็เข้าใจว่านางไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้เขา
ด้วยว่าพวกนางอาศัยอยู่ในเมืองบาปมานาน ย่อมรู้ดีถึงความน่าสะพรึงกลัวภายในนั้น
ในขณะที่หลี่เต้าเพิ่งได้พบกับพวกนางเป็นครั้งแรก ในสถานการณ์ที่ยังไม่เข้าใจกันดีพอ พวกนางไม่กล้าเสี่ยงเอาชีวิตของพี่น้องมาเดิมพัน
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เต้าก็ไม่พูดอะไรอีก ต่อไปพวกนางก็จะรู้เองว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ
หลังจากนั้น หลี่เต้าได้พูดคุยกับทั้งสองคนอีกสักพัก และได้รู้ชื่อของหญิงสาวทั้งสองจากการสนทนา
คนที่อายุมากกว่าชื่อหงหลิง ส่วนคนที่อายุน้อยกว่าชื่อลวี่หลัว
นี่เป็นชื่อที่สมาคมทาสตั้งให้พวกนาง ส่วนชื่อจริงนั้นเนื่องจากเวลาผ่านมานานจึงลืมไปหมดแล้ว
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา
“ท่านแขกผู้มีเกียรติ ตอนนี้สะดวกหรือไม่ขอรับ?” หลังจากเสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงของผู้ดูแลก็ดังตามมา
เมื่อได้ยินเสียง หงหลิงและลวี่หลัวรู้สึกตื่นตระหนก
“ไม่เป็นไร” หลี่เต้าเอ่ยปลอบอยู่ข้าง ๆ
หงหลิงมองลวี่หลัวที่อยู่ข้างกาย จู่ ๆ ก็ยกมือตบหน้านางหลายที แล้วฉีกทึ้งเสื้อผ้าบนร่างให้ขาดวิ่น ทำผมให้ยุ่งเหยิง
จากนั้นนางก็ทำเช่นเดียวกันกับตัวเอง
หลังทำเสร็จ นางก็อธิบายกับหลี่เต้าท่ามกลางสายตาน้อยใจของลวี่หลัว “ท่านไม่รู้จักชาวเป่ยหมานดีพอ พวกเขามีนิสัยป่าเถื่อน ไร้มารยาท หากไม่ทำเช่นนี้ ข้าเกรงว่าท่านจะถูกพวกเขาสงสัย”
หลี่เต้ามอ