ไม่รู้ชื่อของอีกฝ่าย
“เซินถาน” หลี่เต้ากล่าวขึ้นเอง
“เซินถาน?” เซินเหลยหรี่ตาลง กล่าวว่า “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเผ่าถ่ามู่มีแม่ทัพนามนี้”
คำพูดนั้นทำให้หงหลิงและลวี่หลัวที่อยู่สองข้างตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
แต่หลี่เต้ากลับทำสีหน้าสงบนิ่งพลางกล่าวว่า “ข้าก็ไม่รู้ว่าในเมืองบาปยังมีคนเช่นเจ้าอยู่ด้วย”
บรรยากาศภายในห้องรับรองตึงเครียดขึ้นในทันใด
จู่ ๆ เซินเหลยก็หัวเราะ “ฮ่า ๆ ข้าล้อเล่นเท่านั้น เผ่าถ่ามู่ใหญ่โตขนาดนี้ ข้าจะไปรู้จักทุกคนได้อย่างไร ไม่รู้จักท่านแม่ทัพก็เป็นเรื่องปกติ”
หลี่เต้ายังคงมีสีหน้าไม่เปลี่ยน เอ่ยเสียงเรียบว่า “เอาล่ะ คุยเรื่องการค้ากันตรง ๆ เลย คุยเสร็จข้าจะได้กลับไปสนุกต่อ”
พูดจบก็ทำท่าโอบกอดหงหลิงและลวี่หลัวที่อยู่สองข้าง
หญิงสาวทั้งสองก็แสร้งทำท่าเหมือนจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินเหลยก็ไม่อ้อมค้อม กล่าวตรง ๆ ว่า “ท่านแม่ทัพเซินถาน ราคาที่ท่านเสนอมาก่อนหน้านี้สูงเกินไป สามพันห้าร้อยตำลึงทองเป็นอย่างไร?”
“ห้าพันตำลึงทอง ขาดแม้แต่ตำลึงเดียวก็ไม่ขาย!”
“ท่านแม่ทัพเรียกราคาสูงเกินไปแล้ว ทำให้ข้าลำบากใจนัก ช่วยให้หน้าข้าสักหน่อยไม่ได้หรือ?” พูดจบ พลังกดดันที่มองไม่เห็นก็แผ่ออกมาจากร่างของเซินเหลย
ทันใดนั้น บรรยากาศทั้งห้องรับรองก็ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ตู้อวี้และคนรับใช้ที่อยู่ข้างกายเซินเหลยต่างก็ต้องก้มหลังลงด้วยพลังกดดันที่แผ่ออกมา
ส่วนทางด้