พี่เว่ย ยานี้เป็นของดีนะ”
จากนั้น หลิวเหนิงก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเว่ยอวิ๋นให้ฟังทั้งหมด
ไม่รู้ว่าเพราะพูดเร็วเกินไปหรืออย่างไร หลิวเหนิงถึงได้เผลอพูดเรื่องที่ตนป้อนยาออกมาด้วย
“เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เจ้าบอกว่าใช้อะไรป้อนยาให้ข้านะ”
“ก็ใช้ปากไงจะเป็นอะไรไป พูดตามตรงนะพี่เว่ย เรื่องนี้ท่านต้องขอบคุณข้านะ ข้ายังไม่เคยจูบสตรีที่ไหนมาก่อนเลย จูบแรกก็ให้ท่านไปแล้ว ถือว่าท่านได้กำไรนะ”
ขณะที่พูดเช่นนั้น หลิวเหนิงไม่ทันสังเกตว่าสีหน้าของเว่ยอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เปลี่ยนจากแดงเป็นขาว จากขาวเป็นดำ จากดำเป็นเขียว
“หลิวเหนิง!” เว่ยอวิ๋นพลันลุกพรวดขึ้นมา ไม่สนใจบาดแผลบนร่างกาย โกรธจนถีบหลิวเหนิงกระเด็นออกไป
หลังจากนั้น เว่ยอวิ๋นก็เอาแต่เช็ดปากพลางถ่มน้ำลายไม่หยุด ราวกับว่าการทำเช่นนี้จะช่วยชำระล้างความบริสุทธิ์ของตนกลับคืนมาได้
ส่วนหลิวเหนิงลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าน้อยใจ ราวกับเป็นคนที่ถูกทอดทิ้ง
หลี่เต้าพูดเย้าแหย่จากด้านข้าง “เอาล่ะ อย่าได้โทษหลิวเหนิงเลย ควรขอบคุณเขาด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะเขา ท่านจะรอดหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย”
สีหน้าของเว่ยอวิ๋นยังคงดำมืด โดยเฉพาะเมื่อเห็นใบหน้ากลมแป้นของหลิวเหนิงก็รู้สึกปั่นป่วนในท้อง อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างฉุนเฉียว “ไม่ใช่ว่าข้าจะโทษเขา ถ้าเปลี่ยนเป็นคนที่รักความสะอาด แม้จะเป็นบุรุษก็ยังพอทน แต่ใครจะไปรู้ว่าหลิวเหนิงผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องไม่ชอบแปรงฟัน ข้าทำใจไม่ได