ของเราให้ได้”เซินไห่ได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า “เมื่อแม่ทัพออกรบด้วยตนเองเช่นนี้ ค่ายหวงซาเล็ก ๆ แห่งนี้ย่อมไม่มีทางสู้ได้”
“แต่ว่า…” น้ำเสียงของเซินเจ๋อเปลี่ยนไป กล่าวต่อว่า “แต่ว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องระวัง”“เรื่องที่ท่านแม่ทัพพูดถึงคืออะไรหรือ?”เซินเจ๋อมองไปยังค่ายหวงซา พูดเสียงเรียบว่า“การโจมตีเมื่อวานที่ล้มเหลว อาจทำให้ฝ่ายต้าเฉียนระแวดระวังแล้ว”“ดังนั้นเพื่อให้แผนการขององค์ราชาสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่โจมตีค่ายทหารแห่งนี้”“จำเป็นต้องส่งคนอ้อมล้อมค่ายหวงซาไปรวมกับกองกำลังหลักเพื่อปิดช่องโหว่”
พูดจบ เขาก็หันไปมองผู้ช่วยทั้งสองที่อยู่อีกด้าน“เซินข่า เซินเหมี่ยว พวกเจ้าสองคนนำกำลังอ้อมผ่านค่ายหวงซาไป”เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ช่วยทั้งสองขมวดคิ้ว “แล้วฝ่ายของแม่ทัพเล่า?”
เซินเจ๋อโบกมือ “ค่ายหวงซาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้าเฉียนใช้ต่อต้านชนเผ่าเป่ยหมานของพวกเรา”“จำเป็นต้องยึดครองให้ได้ เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งเสบียง”“อีกอย่าง เมื่อครู่ข้าก็บอกแล้วว่าจะยึดที่นี่ด้วยตัวเอง หลังจากยึดได้แล้วข้าจะตามไปสมทบกับพวกเจ้าเอง”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ทั้งสองคนเข้าใจแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วง“ท่านแม่ทัพ ให้พวกข้าทิ้งทหารม้าไว้ให้ท่านบ้างดีหรือไม่?”เซินเจ๋อส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่จำเป็น ครั้งนี้พวกเจ้ามีภารกิจสำคัญ ทหารม้าจะต้องรักษาไว้”“แค่ค่ายทหารต้าเฉียนพันคน กำลังพลสามพันของพวกเราจะเอาไม่อยู่หรือ?”
“แต่ท่านแ