ๆ หากเจ้าอยากตายก็ลงไปเองเถอะ ไม่มีใครอยากตายไปกับเจ้าหรอก”
“ทหารม้าสองพันในนั้นมีทหารม้าหนักห้าร้อยคน เจ้าจะเอาอะไรไปขวาง? จะใช้ปากของเจ้างั้นหรือ?”“หรือข้าสกัดพันคน เจ้าสกัดพันคน?”“หากเจ้าทำได้ ข้าจะกระโดดลงไปพร้อมเจ้าเดี๋ยวนี้”“หากทำไม่ได้ก็อย่าพูดดีกว่า”
“แค่พันคนลงไป ยังไม่พอให้ทหารม้าฝ่ายตรงข้ามกวาดล้างสักสองรอบด้วยซ้ำ”“ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะจากไปอย่างง่ายดาย และพวกเราจะเสียค่ายหวงซาไปอย่างเปล่าประโยชน์”ที่หลี่เต้าพูดเช่นนี้ เพราะเขามองออกแล้วว่าทหารม้ากลุ่มนี้แตกต่างจากทหารม้าทั่วไปอย่างชัดเจนพวกเขามีร่องรอยการฝึกวิชายุทธ์อยู่ไม่มากก็น้อย
แม้ทหารในค่ายหวงซาจะเก่งกาจกว่าทหารต้าเฉียนทั่วไปแต่นั่นก็เพราะนิสัยทำให้พวกเขากล้าหาญเท่านั้นหากทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างไม่มาก ความกล้าหาญก็สามารถทดแทนส่วนที่ขาดได้แต่หากแตกต่างกันมากเกินไป นั่นก็เท่ากับการส่งคนไปตายโดยไม่รู้จักประมาณตนเท่านั้นเอง
หัวหน้ากองร้อยผู้นั้นแม้จะยังไม่ยอมรับในตอนแรก แต่หลังจากฟังคำพูดเหล่านี้แล้วก็เริ่มเข้าใจบ้างก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ร้อนใจไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าแยกแยะไม่ออกมิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นหัวหน้ากองร้อยในกองทหารอันธพาลนี้ในที่สุด หัวหน้ากองร้อยผู้นั้นก็หน้าแดงก่ำถามว่า “แล้วเจ้าว่าตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร?”
หลี่เต้ายังไม่ตอบในทันที เขาหันไปมองกองทัพสามพันนายของเผ่าถ่ามู่ที่กำลังเคลื่อนตัวมายังเมืองหวงซาจึงกล