วามเจ็บปวดเสียงของหลี่เต้าดังขึ้นข้างหู “ข้าบอกแล้วว่า หากจะพูดต้องรายงานก่อน ต้องได้รับอนุญาตจากข้าก่อนถึงจะพูดได้”จางเมิ่งอดทนความเจ็บปวดพลางกล่าว “รายงาน”“พูดมา”“หัวหน้า ข้าอยากถามว่าพวกเราต้องยืนอีกนานเท่าไรกว่าจะได้พัก”
หลี่เต้าเหลือบมองท้องฟ้าก่อนตอบว่า “ยืนจนกว่าจะถึงเวลากินอาหาร”“อะไรนะ!!” เมื่อได้ยินคำตอบนั้น จางเมิ่งถึงกับตะลึงงันเพราะตอนนี้พวกเขายืนมาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วแต่กว่าจะถึงเวลากินอาหารยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสองชั่วยาม
หลี่เต้าเข้าใจการตอบสนองเช่นนี้ดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเห็นใจแต่อย่างใด“เป็นอะไรไป เมื่อครู่ใครบอกว่าตนเองยืนได้ทั้งวันกันล่ะ”จางเมิ่งทำหน้าเศร้าพลางกล่าว “ข้าก็ไม่คิดว่าแค่ยืนเฉย ๆ จะเหนื่อยได้ขนาดนี้”คนที่เหลือต่างก็คิดเช่นเดียวกัน
ตอนแรกที่ได้ยินว่าแค่ฝึกท่ายืนทหาร แม้จะไม่เข้าใจนัก แต่พอได้ยินว่าแค่ยืนตัวตรงก็พอทุกคนจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พอได้ยืนจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าประเมินตัวเองสูงเกินไปเพียงแค่ครึ่งก้านธูปผ่านไป ขาทั้งสองข้างของพวกเขาก็ชาและปวดเมื่อยไปหมดแล้วแม้แดดจะไม่แรงนัก แต่เหงื่อก็ยังคงไหลไม่หยุด ไม่ได้เหนื่อย แต่ทรมานและลำบากมาก
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า“พวกเจ้าคงอยากถามว่าทำไมต้องยืนเฉย ๆ แบบนี้ทั้งที่ไม่เห็นจะมีประโยชน์อันใดกับพวกเจ้าเลยใช่หรือไม่?”จางเมิ่งไม่ได้พูดอะไร แต่ท่าทางก็แสดงถึงการยอ