ูกไม้ไผ่ของหลี่เต้าฟาดอีกเลยทว่าในยามนี้พวกเขาก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน ร่างกายของทุกคนสั่นโดยไม่อาจควบคุมได้บางคนถึงกับขาสั่นระริกแล้วสำหรับอาการตอบสนองของร่างกายที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ หลี่เต้าจะไม่สนใจขอเพียงไม่ใช่การขี้เกียจโดยเจตนาก็พอ
เมื่อรู้สึกว่าพอสมควรแล้ว หลี่เต้าจึงเอ่ยปาก “พักได้แล้ว”แต่น่าประหลาดนัก เมื่อคำพูดจบลง กลับไม่มีใครในที่นั้นขยับตัวแม้แต่น้อยไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการขยับ แต่เป็นเพราะขาทั้งสองข้างชาหนึบไปหมดความรู้สึกค่อย ๆ เลือนหายจนไม่อาจควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกต่อไปแม้จะพยายามสั่งให้ก้าวเดิน แต่ราวกับว่าขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นของพวกเขาอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นนี้หาใช่เรื่องแปลกใหม่ ผู้ที่เพิ่งเข้าฝึกและต้องยืนตัวตรงตั้งแต่รุ่งสางล้วนต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันเหล่าทหารฝึกหัดมือใหม่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงอาการนี้ได้!
จนกระทั่งหลี่เต้าเดินเข้ามาผลักพวกเขาทีละคน พวกเขาจึงได้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นค่อย ๆ ฟื้นตัว เพลิดเพลินกับความรู้สึกที่ขาทั้งสองข้างได้ผ่อนคลาย
หลี่เต้าถามว่า “สบายหรือไม่?”“สบายมาก สบายสุด ๆ เลย สบายยิ่งกว่าไปโรงเตี๊ยมชั้นดีเสียอีก”“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าการได้พักจะรู้สึกสบายถึงเพียงนี้”“สบายจนข้าไม่อาจจะมีขาสองข้างนี้แล้ว”“…”พวกเขาพยายามเปล่งเสียงพูดคุยกันเพียงคนละคำสองคำ แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะสนทนาต่อได้อีก
ในที่สุด ร่างที่อ่อนล้าก็ทิ้งตัวลงกับพื้