านไป
ลั่วหยางถอนนิ้วออกแล้วปาดเหงื่อบางๆ “เรียบร้อยครับ ลองหยัดกายลุกขึ้น แล้วเดินดูสักสองก้าวสิ”
หลิวโย่วสุ่ยเบิกตากว้าง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น “ผม… ผมเดินได้แล้วจริงๆ หรือ”
ลั่วหยางเพียงพยักหน้ารับเงียบๆ
มาเฟียวัยกลางคนพลิกตัวกลับมานั่ง สองมือฝืนยันเบาะโซฟา หมายจะหยัดท่อนขาที่ไร้ความรู้สึกมานานนับปีให้ยืนขึ้น ทว่าร่างกายกลับทรุดฮวบ
เจียงเยว่ถลาจะเข้าไปประคอง แต่ลั่วหยางยกแขนขวางกั้นไว้ทันที “อย่าสปอยล์ ปล่อยให้เขาพึ่งตัวเอง”
บอดี้การ์ดสาวตวัดสายตาขวางขุ่นใส่คนห้าม ทว่าสุดท้ายหล่อนก็ยอมกลืนคำด่าลงคอและถอยกลับไปยืนนิ่ง
หลิวโย่วสุ่ยสูดลมหายใจลึก รวบรวมกำลังฮึดส่งแรงจากช่วงเอวลงสู่ปลายเท้า ร่างหนาค่อยๆ หยัดยืนขึ้นอย่างสั่นเทา ก่อนจะฝืนลากขาที่สั่นระริกก้าวออกไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักลง ร่างกายเขาก็โงนเงนวูบวาบราวกับจะหน้าคะมำ ทว่าในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เขากลับเกร็งกล้ามเนื้อและหยัดยืนทรงตัวเอาไว้ได้สำเร็จ
“ฮ่าๆๆ… ผม… ผมเดินได้แล้วจริงๆ” หลิวโย่วสุ่ยหัวเราะลั่น ดีใจจนร่างกายสั่นสะท้าน
“ลองก้าวมาทางนี้สิครับ” ลั่วหยางถอยหลังทิ้งระยะห่าง
หลิวโย่วสุ่ยกัดฟันลากขาตรงดิ่