ัวชะเง้อคอรออยู่ที่ประตูใหญ่นานแล้ว ทันทีที่เห็นรถเป้าหมาย เขาก็รีบสาวเท้าเข้ามาต้อนรับ
ลั่วหยางก้าวลงจากรถ ยิงคำถามเข้าประเด็นทันที “ผู้อำนวยการหม่า อาการของทีมผู้เชี่ยวชาญเป็นยังไงบ้างครับ”
“ไปคุยกันที่ห้องทำงานเถอะ” สีหน้าของหม่าจงหัวดูตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งสามคนก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผู้อำนวยการ
หม่าจงหัวจัดการปิดประตูลงกลอน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหนักอึ้ง “เมื่อวานนี้ มีผู้เชี่ยวชาญจากทีมสนับสนุนของเมืองเอกล้มป่วยไปอีกคนแล้ว สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตมาก”
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาลนลานตามตัวลั่วหยางมาด่วนจี๋ ขนาดผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่เบื้องบนส่งมายังเสร็จไวรัสปริศนาตัวนี้ สถานการณ์กำลังบานปลายไปกันใหญ่ ไม่ใช่แค่ตัวเขาที่ร้อนรน แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของเมืองลั่วเฉิงเองก็แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วเหมือนกัน
เยี่ยอี้หมิงทนฟังไม่ไหว “แล้วจะมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ เสี่ยวลั่ว งานนี้คงต้องพึ่งฝีมือคุณแล้วนะ”
ลั่วหยางกลับยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งท่าทีตอบรับหรือกระตือรือร้นใดๆ
หม่าจงหัวสังเกตเห็นท่าทีนั้นก็บรรลุธรรมทันที “อ้อ ผมเข้าใจแล้ว เสี่ยวลั่ว… คุณเสนอตัวเลขมาได้เลย ต้องการเท