่าไหร่”
ลั่วหยางไม่พูดพร่ำทำเพลง ชูนิ้วชี้ขึ้นมาเพียงนิ้วเดียว
“หนึ่งหมื่นเหรอ” หม่าจงหัวลองหยั่งเชิง
ลั่วหยางส่ายหน้าเบาๆ
“หรือว่าหนึ่งแสน” หม่าจงหัวขยับเพดานขึ้นอีก
“ไม่ใช่หนึ่งแสนครับ… แต่เป็นหนึ่งล้าน” ลั่วหยางเอ่ยเสียงเรียบ
“หา!” หม่าจงหัวสะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลงกับตัวเลขหกหลักปลายๆ ที่พุ่งพรวดขึ้นมา
ลั่วหยางยังคงรักษามาดนิ่ง “นี่ผมเรียกแค่พอเป็นพิธีเพราะเห็นแก่หน้าคุณลุงเยี่ยหรอกนะครับ ระดับปรมาจารย์อย่างผม ถ้าเรียกค่าตัวน้อยกว่านี้มันจะดูไม่สมฐานะ ผมคงยอมทุบป้ายทองของตัวเองทิ้งไม่ได้หรอก”
เยี่ยอี้หมิงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองชายหนุ่มข้างกาย แววตานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงราวกับเพิ่งค้นพบอีกด้านของว่าที่ลูกเขย
ไอ้ลูกเขยคนนี้ไม่ได้แค่ใช้มีดฟันราคา… แต่มันใช้ขวานจามลงกลางกบาลชัดๆ!
ตาเฒ่าอย่างเขามองคนผิดไปจริงๆ สินะ
“หนึ่งล้านมันสูงไปหน่อย ผมต้องขออนุมัติจากเบื้องบนก่อน ขอเวลาผมโทรศัพท์แป๊บเดียวนะ” หม่าจงหัวคว้าโทรศัพท์แล้วรีบหมุนตัวเดินออกไปคุยนอกห้อง
ทันทีที่ประตูปิดลง เยี่ยอี้หมิงก็ลดเสียงกระซิบถาม “เสี่ยวลั่ว นายฟันราคาแรงไปหน่อยหรือเปล่า”
“คุณลุงเยี่ยครับ ยุคนี้พวกสตรีมเมอร์นั่งไลฟ