บไหวขึ้นมาทันที แต่พอหางตาตวัดกลับไปมองจางไป๋… แววตาของเธอก็หม่นหมองลงอย่างปิดไม่มิด
ระหว่างหมูตอนหน้าช้ำกับราชสีห์หน้านิ่ง… รัศมีมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เรื่องคืนนั้นมันยังไงกันแน่วะ วันนี้แกต้องอธิบายมาให้เคลียร์!” จางไป๋เปิดฉากหาเรื่องอย่างเดือดดาล
ลั่วหยางแค่มองหน้ามันด้วยแววตาสมเพช ขี้เกียจจะเปลืองน้ำลายอธิบายอะไรทั้งนั้น
ความเงียบของลั่วหยางกลับทำให้จางไป๋ยิ่งได้ใจ มันยกนิ้วชี้หน้าด่ากราด “ไอ้เวรเอ๊ย แกทิ้งพวกฉันสามคนเป็นแพะรับบาป แล้วพกอู่เซิ่งหลานหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว แกยังมีความเป็นคนอยู่บ้างไหมวะ ดูหน้าฉันสิ ตอนนี้มันยังบวมช้ำอยู่เลยเห็นไหม!”
ทันใดนั้น ลั่วหยางก็สวนกลับในพริบตา มือหนาพุ่งตะปบเข้านิ้วชี้ที่ยื่นมาตรงหน้า บีบแน่นแล้วกระชากงัดขึ้นด้านบนเต็มแรง!
“กร๊อบ! โอ๊ย… โอ๊ยยย” จางไป๋แหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างอวบอ้วนทรุดฮวบลงไปกองคุกเข่ากับพื้นแทบจะในเสี้ยววินาที
ลั่วหยางแค่สะบัดมือเบาๆ จางไป๋ก็เสียหลักหงายหลังก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้นดังอั้ก
ใบหน้าอูมๆ ของจางไป๋เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นสุดขีด มันนึกไม่ถึงเลยว่าลั่วหยางจะกล้าลงมือกับมันตรงๆ แบบนี้