ัวจู้เบิกตาโพลง ช็อกจนแทบตาถลน “หมอเทวะ? ไอ้เด็กนั่นเพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ เองนะ จะเป็นไปได้ยังไง…”
แต่พอสมองประมวลผลถึงสถานะระดับบิ๊กของเยี่ยอี้หมิง คำสบประมาทก็พลันถูกกลืนกลับลงคอไปดื้อๆ คนระดับอดีตผู้นำพามาด้วยตัวเอง ย่อมต้องมีแบ็กอัปไม่ธรรมดา ขืนเขายังปากดีไปตั้งข้อสงสัยส่งเดช มีหวังได้โดนนายกเทศมนตรีเมืองลั่วเฉิงเรียกไป ‘ชื่นชม’ จนหน้าที่การงานดับวูบแน่
ตัดภาพมาภายในห้องกักโรค
ตราประทับวิญญาณบนหน้าผากไป๋จิ้งค่อยๆ เลือนหายไป เสียงละเมอท่องมนตราขมังเวทของเธอเงียบลงทันที เพียงไม่กี่วินาทีร่างบางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา หน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดผู้ป่วยกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา จังหวะหายใจกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
อาการของไป๋จิ้งเหมือนกับสือเฟยทุกประการ ไม่ผิดเพี้ยน ทว่าเนื้อหาของ ‘มนตราขมังเวท’ ที่เธอท่องออกมากลับเป็นคนละท่อน
“หรือว่าคนป่วยแต่ละคนจะถูกฝังมนตราเอาไว้คนละส่วน ทีมโบราณคดีที่เกิดเรื่องมีทั้งหมดแปดคน ก็เท่ากับมีมนตราแปดท่อน... ถ้าเอามาประกอบกันทั้งหมด มันจะไม่กลายเป็นมหาอาคมบทที่สมบูรณ์หรอกเหรอ” ลั่วหยางขมวดคิ้วประเมินความเป็นไปได้ในหัว ขณะผลักประตูเดินออกจากห้องกักโรค
หม่าจงหัวรีบจ้ำอ้าวเข้ามา