”
“งะ… งั้นก็ไม่นานเท่าไหร่ ขะ… เข้ามาเลยค่ะ” เอาเข้าจริง เยี่ยจือลนลานสติแตกยิ่งกว่าลั่วหยางเสียอีก
ลั่วหยางยื่นมือไปจับขอบผ้าห่ม ผ้าไหมผืนบางเฉียบแทบไร้น้ำหนัก ทว่าเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังยกหินหนักเป็นตัน ฝ่ามือสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงเลิกมันขึ้น
ขอบผ้าห่มถูกร่นขึ้นทีละนิด ทว่าวินาทีที่สัดส่วนเย้ายวนกำลังจะปรากฏสู่สายตา เยี่ยจือก็ตะครุบขอบผ้าห่มกดทับไว้แน่น “เดี๋ยวก่อน... ฉะ… ฉันเปิดเองดีกว่า”
ลั่วหยางพยักหน้ารับรัวๆ รีบปล่อยมือทันที
เยี่ยจือกำขอบผ้าห่มแน่น ฟันขาวขบเม้มริมฝีปากอิ่ม หญิงสาวชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมด รูดผ้าห่มขึ้นคลุมโปงมิดหัว เปิดทางให้พื้นที่เป้าหมายปรากฏแก่สายตาอย่างโจ่งแจ้ง!
ลั่วหยางตัวแข็งทื่อเป็นหินในเสี้ยววินาที สภาพไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่โดนไฟหน้ารถสาดอัดใส่หน้าตอนกลางคืน ช็อกตาค้าง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
“คะ… คุณกำลังทำอะไรอยู่” เยี่ยจือไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหว จึงร้องถามออกมาจากใต้ผ้าห่มด้วยความใจคอไม่ดี
ลั่วหยางสะดุ้งสุดตัว วิญญาณเพิ่งกลับเข้าร่าง รีบตอบตะกุกตะกัก “ผะ… ผมกำลังเตรียมตัวก่อนลงมือรักษาน่ะครับ!”
“ระ… รักษาได้อย่างเดียวนะ” น้ำเสี