ให้ประธานหลิวเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน” หวังซุ่นลี่วางมาดศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเต็มพิกัด ก่อนจะเดินนวยนาดไปที่รถเข็น
หลิวโย่วสุ่ยเอื้อมมือถกขากางเกง ท่าทางทุลักทุเล บอดี้การ์ดสาวขายาวจึงย่อตัวลงช่วยถกขากางเกงทั้งสองข้างขึ้นเหนือเข่าอย่างรู้งาน
ลั่วหยางกวาดตามองท่อนขาของมาเฟียใหญ่ ภายใต้สภาวะ ‘กายาจิตขมังเวท’ แค่มองปราดเดียว เขาก็วินิจฉัยต้นตอของโรคได้ทะลุปรุโปร่ง มุมปากชายหนุ่มผุดรอยยิ้มหยัน… สำหรับเขา อาการของหลิวโย่วสุ่ยหมูทวีคูณ รักษาง่ายกว่าเคสของซ่งเหม่ยฉีเสียอีก
หวังซุ่นลี่งอนิ้วเคาะลงบนหัวเข่าทั้งสองข้าง ทว่าไร้ซึ่งการตอบสนอง ขาของหลิวโย่วสุ่ยไม่กระตุกเลยสักนิด พอบีบนวดกล้ามเนื้อน่อง สภาพกล้ามเนื้อที่ลีบแบนหย่อนยานก็ทำเอาตาเฒ่าต้องขมวดคิ้วมุ่น
“ประธานหลิว ขาทั้งสองข้างของคุณตายสนิท นี่คือโรคเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม อาการเข้าขั้นวิกฤติ ผมแนะนำให้คุณแอดมิทที่โรงพยาบาลจื้อเทียนโดยด่วน ผมจะจัดทีมวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดให้คุณเอง” หวังซุ่นลี่วินิจฉัยส่งๆ พร้อมเสนอขายคอร์ส
หลิวโย่วสุ่ยแค่นเสียง “ศาสตราจารย์หวังวินิจฉัยได้เป๊ะ เดือนก่อนผมไปยุโรป หมอที่นั่นก็พูดแบบนี้เด๊ะๆ แต่ท้ายที่สุด