นบอกว่ารักษาด้วยยาไม่ได้… ก็เพราะวิธีของฉัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเลยสักหยดต่างหาก”
หวังซุ่นลี่โกรธจนหัวเราะลั่น “ตอแหล! แกคิดว่าระดับประธานหลิวจะโง่เหมือนคุณผู้หญิงเยี่ยหรือไง ที่แกพ่นน้ำลายอะไรออกมาแล้วเขาจะหลงเชื่อ”
เยี่ยจือขมวดคิ้วแน่น... ไอ้แก่บัดซบนี่ด่ากระทบฉันเต็มๆ
“งั้นลองว่ามา… ถ้าไม่พึ่งยา แกจะรักษาขาฉันยังไง” หลิวโย่วสุ่ยเริ่มตาวาว สนใจในความโอหังของเด็กหนุ่ม
ลั่วหยางอธิบายฉะฉาน “คุณหลิว คุณเป็นโรคเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมก็จริง แต่วิธีของผมไม่ได้โฟกัสที่ขา… ทว่าต้องลงมือเจาะจงที่ ‘เอว’ ถ้าไม่อยากมาเสียเที่ยว ก็เชิญนอนคว่ำบนโซฟานั่น ผมจะรักษาให้ดู ไม่ได้รับปากว่าจะลุกขึ้นวิ่งได้ทันทีหรอกนะ แต่ผมการันตีได้ว่าขาของคุณจะกลับมามีความรู้สึกบางส่วนแน่นอน”
ไม่รอให้หลิวโย่วสุ่ยตัดสินใจ หวังซุ่นลี่ก็รีบสาดน้ำเย็นสกัดดาวรุ่ง “ประธานหลิว! ระดับคุณมีหน้ามีตาทางสังคม จะไปหลงเชื่อลมปากไอ้หมอเถื่อนกระจอกนี่ได้ไง ผมจะบอกความจริงให้นะ มันก็แค่ไอ้สิบแปดมง…”
ยังไม่ทันสิ้นคำ หลิวโย่วสุ่ยก็ตวัดสายตาเหี้ยมเกรียม สวนกลับเสียงเย็น “ทำไม… ฉันต้องให้สวะอย่างแกมาสอนด้วยเหรอ ว่าควรจะเชื่อใคร”
หวังซุ่น