ดี๋ยวนี้”
“รับทราบครับผอ.” เลี่ยวเจี้ยนรับลูกประจบสอพลอทันที
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” เยี่ยจือตวาดเสียงเยียบเย็น “ฉันว่าเมื่อกี้ฉันพูดชัดเจนแล้วนะ ใครหน้าไหนกล้าขัดขวางการรักษาของลูกสาวฉัน ฉันจะทำให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอนในเมืองนี้แน่”
เลี่ยวเจี้ยนชะงักขาแข็งอยู่กับที่ ทุกคนในโรงพยาบาลรู้ซึ้งถึงภูมิหลังของเยี่ยจือดี ถ้าเธออยากอัปเปหิใคร ก็แค่ง้างนิ้วกระดิกโทรกริ๊งเดียวเท่านั้น
หวังซุ่นลี่หน้าถอดสี “คุณเยี่ย ทำแบบนี้มันจะ…”
“เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ฉันก็จะออกไปเหมือนกัน” เยี่ยจือหมุนตัวเดินนำไปที่ประตู
“ฉันจะเฝ้าประตูเอง อยากรู้เหมือนกันว่าใครมันจะกล้าเสนอหน้าเปิดเข้ามา”
หวังซุ่นลี่หน้าเขียวคล้ำ แค่นเสียงลอดไรฟัน “สิบห้านาที… ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเล่นปาหี่อะไรได้อีก”
ประตูห้องผู้ป่วยปิดลงสนิท
ภายในห้องกลับมาเงียบสงบ ลั่วหยางโคจรปราณ ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ ขึ้นมา แล้วจิ้มลงบนแผลของเด็กน้อยอีกครั้ง
…
เยี่ยจือยืนขวางอยู่หน้าประตู ฝ่ามือชื้นเหงื่อด้วยความลุ้นระทึก
บริเวณโถงทางเดิน หวังซุ่นลี่กระซิบสั่งการกลุ่ม รปภ. ที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งมาถึง “เดี๋ยวพอไอ้สวะนั่นออกมา พวกแกล็อกตัวมันไว้ แล้วชิงโทรศัพท์มัน