ประตู
เหลียงหงได้ทีรีบพ่นคำเยาะเย้ย “ไหนล่ะ บอกขอแค่สิบห้านาทีแล้วจะรักษาหาย ฉันยังไม่เห็นว่าแกจะทำอะไรเลยสักอย่าง นึกว่าพวกเราเป็นไอ้โง่ให้แกต้มหมูเล่นหรือไง”
เลี่ยวเจี้ยนรีบผสมโรง “หึ นึกว่าจะแน่แค่ไหน ที่แท้ก็ราคาคุย แค่แพทย์ฝึกหัดแท้ๆ เสือกกล้ามาเล่นละครปาหี่เป็นหมอเทวะต่อหน้าผอ.หวัง เอาความมั่นใจมาจากไหนวะ”
ลั่วหยางคร้านจะเสวนาด้วย
เยี่ยจือรีบถลันไปที่เตียง ถามด้วยความเป็นห่วง “เหม่ยฉี เป็นยังไงบ้างลูก”
“หนู…” เด็กน้อยกะพริบตากลมโตปริบๆ “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้สึกเหมือนเผลอหลับไปแป๊บเดียวเอง”
ลั่วหยางระบายยิ้มบาง “เหม่ยฉี ลงมาลองเดินดูสิครับ”
“อื้อ” เด็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเตรียมลงจากเตียง
เยี่ยจือใจหายวาบ รีบยื่นมือจะเข้าไปประคอง
“พี่เยี่ย ปล่อยให้เด็กลองเดินเองเถอะครับ” ลั่วหยางเอ่ยห้าม
ซ่งเหม่ยฉีดันมือของแม่ออกอย่างว่าง่าย
“ระวังด้วยนะลูก” เยี่ยจือเหงื่อตก กลัวลูกจะล้มพับไป สายตาทุกคู่ในห้องพุ่งเป้าไปที่ซ่งเหม่ยฉีเป็นจุดเดียว
เท้าเล็กๆ แตะลงบนพื้น ค่อยๆ ก้าวขาออกไปทางหน้าต่าง
ก้าวที่หนึ่ง…
ก้าวที่สอง…
แม้จังหวะก้าวจะยังดูโซซัดโซเซ แต่เธอเดินได้แล้วจริ