งๆ
หวังซุ่นลี่ตาเหลือกค้าง ช็อกจนอ้าปากพะงาบๆ เหลียงหงกับเลี่ยวเจี้ยนยืนหน้าเหวอเป็นไก่ตาแตก
เยี่ยจือน้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความปีติ “ทำได้จริงๆ… แกเดินได้จริงๆ ด้วย”
“เป็นไปไม่ได้” หวังซุ่นลี่สติแตก ชี้หน้าลั่วหยางตวาดลั่น “เส้นประสาทนั่นพังจนฝ่อลีบไปแล้ว ไม่มีทางกลับมาเดินได้เด็ดขาด แกทำบ้าอะไรลงไป”
ลั่วหยางตอกหน้ากลับเสียงเรียบ “ไอ้โรคที่คนกระจอกอย่างแกรักษาไม่หาย ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะรักษาไม่ได้ อย่าเอามาตรฐานห่วยๆ ของตัวเองมาตัดสินคนอื่น ฝีมือก็หมาไม่แดก ดีแต่ใช้สมองตื้นๆ คิดเรื่องชั่วๆ”
“แก…” หวังซุ่นลี่โดนด่ากราดจนจุก หน้าดำหน้าแดงแทบกระอักเลือด
ฝั่งซ่งเหม่ยฉีเดินไปจนถึงริมหน้าต่าง ขาข้างที่เจ็บเริ่มสั่นระริกคล้ายจะยืนไม่อยู่ เยี่ยจือรีบถลันเข้าไปประคองกอดลูกสาวไว้แน่น
ลั่วหยางอธิบายต่อ “พี่เยี่ย กล้ามเนื้อน่องที่ฝ่อลีบยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว ส่วนเรื่องเส้นประสาทไม่มีปัญหาแล้วครับ รักษาอีกแค่สองครั้งก็หายขาด จากนั้นหมั่นทำกายภาพบำบัดก็กลับมาวิ่งเล่นได้ปกติแล้ว”
“สวรรค์เมตตาแท้ๆ… หมอลั่ว แล้วคุณจะรักษาครั้งที่สองเมื่อไหร่คะ” เยี่ยจือดีใจจนแทบอยากจะกราบขอร้องให้เขารักษาซ้ำซะเดี๋ยวนี้
“