งก็เข้าใจความหมายอีกฝ่ายทันที จึงขมวดคิ้ว
“ผม…ขอโทษ ผมมาขอโทษลุงกับสิ่งที่ผมทำไว้ก่อนหน้านี้” ก่วนเสียงเฟิงโค้งตัวคารวะ
ขาเป๋หม่าส่ายหน้า “ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอก ถ้าไม่ใช่เอ็ง ข้าคงไม่มีโอกาสในวันนี้ เอ็งอยากเรียนแกะสลัก?”
ก่วนเสียงเฟิงหน้าแดง นี่เพิ่งผ่านไปนานเท่าไรเอง ก่อนหน้านี้ขาเป๋หม่าอยากเรียนวิชาจากเขา ตอนนี้กลับกันแล้ว ตอนแรกเขาปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้ล่ะ? ขาเป๋หม่าจะสอนเขาหรือ?
“ครับ…” ก่วนเสียงเฟิงพยักหน้า
“ผ่านไปไม่กี่วันเอง ข้าขอเรียนก่อน เดี๋ยวจะกลับมาสอน ทุกคนเรียนได้เท่าไรก็แล้วแต่ความสามารถ” ขาเป๋หม่าตอบ
ก่วนเสียงเฟิงชะงักงัน นี่หมายความว่าอย่างไร? จะสอนเขา? ง่ายแบบนี้เลย? ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย? เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “ช่างหม่า ลุงไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยเหรอครับ?”
“ต้องมีเงื่อนไขอะไร? เจ้าอาวาสฟางเจิ้งมีเงื่อนไขกับข้าไหม? ถ้าบอกว่ามีนั่นก็คือห้ามตัดการสืบต่อวิชานี้! ห้ามสืบต่อพฤติกรรมที่ไม่ดี…พูดจริงๆ นะ พฤติกรรมเอ็งก็พอใช้ได้” ขาเป๋หม่ากล่าว
ก่วนเสียงเฟิงยิ้มแห้งๆ เขารู้ว่าตัวเขามีแต่ข้อบกพร่องเลยไม่คัดค้าน
ขาเป๋หม่าพูดต่อ “แต่ว่านิสัยจริงๆ ไม่ใช่คนเลว ข้าเลยจะสอนเอ็ง”
“ขอบคุณช่างหม่