นแรกและคนสุดท้าย ทว่าพอมาเจอฟางเจิ้ง…เขารู้สึกว่าโลกทัศน์ของเขาพังทลายลง เงินไม่มีค่าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
เจียงโจวรีบพูด “หลวงพี่ฟางเจิ้ง เก้าอี้นี้เป็นของดีหายาก เอาแบบนี้ ผมขอซื้อมันได้ไหม?”
ก่วนเสียงเฟิงเอ่ยตาม “ถูก พวกเราจะซื้อมัน!”
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ ประสก ถ้าอาตมาชอบเงินไฉนต้องผ่ามัน?”
“นี่…” เจียงโจวร้อนใจจนจะร้องไห้แล้ว
ชิวเสี่ยวเยี่ยกล่าว “หลวงพี่ สำหรับท่านเก้าอี้นี้ไม่มีประโยชน์ แต่สำหรับพวกเรามันคือสมบัติที่หาค่าไม่ได้ ขอให้ท่านยกเก้าอี้นี้ให้เราเถอะ” ชิวเสี่ยวเยี่ยพูดจบก็หน้าแดง ปากบอกว่าเป็นของหาค่ามิได้แบบนี้ เป็นการทดสอบหนังหน้าจริงๆ! โดยเฉพาะเมื่ออธิบายมูลค่าของเก้าอี้นี้แล้วยังจะขออีก เธอพลันพบว่าตนหน้าหนา! ชำเลืองตามองก่วนเสียงเฟิงกับฝานชิงทีหนึ่ง เจ้าสองคนนี้แอบยกนิ้วโป้งให้เธอ แต่สายตาก็ยังแปลกๆ…
ฟางเจิ้งไม่โกรธ แต่ถามกลับ “อ้อ? สีกาจะเอาไปทำอะไร?”
“พวกเราเรียนแกะสลัก เราใช้วิธีแบบเดียวกับการทำเก้าอี้ตัวนี้ได้ แต่ยังไม่ชำนาญ มีบางส่วนที่ไม่เคยเห็น ถ้าให้เก้าอี้คนอื่นก็ใช้ไปขายหรือเก็บสะสม แต่ถ้าพวกเราเอากลับไปจะศึกษาวิธีการแกะสลักลายได้ ยกระดับฝีมื