ไม่ได้รู้จักกัน ไม่มีใครเขาเต็มใจตามใจคนอื่นหรอก…เว้นแต่…” ชายชราพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงัก
“เว้นแต่อะไรครับ?” ฝานชิงถาม
“เว้นแต่จะมีเป้าประสงค์ คนที่จู่ๆ ก็เอาอกเอาใจอย่างไม่มีสาเหตุต่างหากที่เอ็งต้องระวัง แต่พวกเขานี่แหละปัญญาชนของจริง” ชายชราตอบ
“อาจารย์ เหมือนจะยังไม่ได้แก้พิษงูท่านเลยนะ” ฝานชิงพูด
ชายชราหัวเราะเอ่ย “ควรจะตายตั้งนานแล้ว มีชีวิตต่ออีกครู่หนึ่งก็ถือว่ากำไร จะคิดอะไรเยอะแยะ? ฝานชิง เอ็งนั่งลง ข้าจะทดสอบความรู้พื้นฐานของเอ็ง”
ฝานชิงได้ยินเข้าก็พลันทำหน้าเจื่อน นั่งลงรอการทดสอบ
ภายในอาราม ฟางเจิ้งกับนักพรตเต๋าเล่อเทียนนั่งลงแยกที่แขกและเจ้าบ้าน บนโต๊ะของนักพรตเต๋าเล่อเทียนวางเครื่องชาสีดำชุดหนึ่งไว้ ภายนอกเครื่องชาสีดำทึบดูราบเรียบ แต่ภายในกลับมีดอกบัวสีขาวเบ่งบาน ไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร ดูประณีตมาก นักพรตเต๋าเล่อเทียนหัวเราะ “นี่เป็นมรดกที่ปู่อาตมาให้มา เล่าลือว่ามีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี นี่เป็นของดี เป็นกาดินปั้นต้นตำรับ ดอกบัวข้างในเป็นหยก วันนี้แขกพิเศษมาเยือน ถึงอาตมาจะทำใจเอาออกมาไม่ได้ก็ต้องเอาออกมา ขอเจ้าอาวาสอย่ารังเกียจ”
เด็กแดงเขย่งเท้ามานั่งข้างๆ แล้วทำหน้าตารังเกียจ! พึม