ธว่า “นายมานั่งอะไรบนเตียงฉัน? ไม่รู้กฎรึไง หลีกไป”
ได้ยินสวีเหยียนพูด คนในห้องต่างมองเขา ซ่งเข่อหลิงตบสวีเหยียนด้วยสีหน้าตกใจ สวีเหยียนหันมามอง ซ่งเข่อหลิงถามว่า “สวีเหยียน คุณพูดกับใคร? บนเตียงคุณไม่มีใครนี่”
สวีเหยียนใจสั่น หันไปมองเตียงของตน พบว่าว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่! วินาทีนั้นเขารู้สึกเพียงว่าขนตามตัวลุกชัน! ขนลุกเป็นตุ่มๆ รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
“เธอ…เมื่อกี้ไม่เห็นว่ามีคนบนเตียงฉันเหรอ?” สวีเหยียนถามซ่งเข่อหลิงด้วยอาการตัวสั่น
ซ่งเข่อหลิงกลัวนิดๆ แล้วเหมือนกัน “คุณอย่าพูดอะไรซี้ซั้วนะ ไม่มีคนจริงๆ…คุณเห็นคนจริงๆ เหรอ?”
“คงจะหลอนไปเอง” สวีเหยียนเช็ดเหงื่อตรงหน้าผาก
ตอนนี้เอง ซ่งเข่อหลิงพลันหน้าเคร่ง มองสวีเหยียนด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย ใช้เสียงแหบแห้งที่มีเพียงสองคนได้ยิน “อาจจะเป็นผี”
สวีเหยียนเห็นภาพนี้ก็ตกใจจนกรีดร้อง ยกเท้าถีบซ่งเข่อหลิงลงไปนอนกองกับพื้น ก่อนจะวิ่งไปเปิดไฟ!
พอเปิดไฟก็เห็นซ่งเข่อหลิงกุมท้องร้องโอดครวญ “สวีเหยียน คุณถีบฉันทำไม โอย…เจ็บชะมัด”
“แกเป็นใครกันแน่?” สวีเหยียนกรีดร้องด้วยความตื่นกลัวสุดขีด
“ซ่งเข่อหลิงไง! เจ้าโง่!” ซ่งเข่อหลิงว่า
สวีเหยียนจ้องซ่งเข่อห