มั่นใจการคาดเดาของตัวเองแล้ว อีกอย่างหูเหนือชั้นของเขาได้ยินบทสนทนาที่สองคนนี้พูดคุยกันลับๆ ย่อมไม่เกรงใจอยู่แล้ว
“ท่านคือหลวงพี่ฟางเจิ้ง?” สวีเหยียนกลัดกลุ้มแล้ว หลวงจีนที่ดูดีมากคนนี้ ทำไมถึงหูหนวกล่ะ? หลิวต้าเฉิงไม่ได้บอกว่าเขามีปัญหาหูหนวกนี่!
ฟางเจิ้งทำท่าทางว่าเข้าใจแจ่มแจ้ง “อ้อ อาตมาฟางเจิ้งเอง ประสกท่านนี้คือ?”
“ผมสวีเหยียน ประธานหลิวให้ผมมารับท่าน หลวงพี่ อากาศร้อนมากเลย เราขึ้นไปคุยบนรถดีกว่า” สวีเหยียนกวักมือไปไกลๆ รถส่วนตัวคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดข้างสามคน
สวีเหยียนพูดว่า “นี่ซ่งเข่อหลิง เลขาของประธานหลิว หลวงพี่ รีบขึ้นรถเถอะ อากาศร้อน…” สวีเหยียนแทบจะตะโกนตลอด กลัวว่าฟางเจิ้งจะไม่ได้ยิน
ทว่า…
ฟางเจิ้งพูดกับเขาด้วยหน้าบ้องแบ๊วว่า “ประสกพูดเสียงดังหน่อย อาตมาเป็นไข้แดดเล็กน้อย หูอื้อ! ประสกว่าอะไรนะ?”
“ผม…” สวีเหยียนอยากด่าแม่ นี่มันจะเกินไปแล้ว! เขาชี้ไปที่รถพลางบอก “ขึ้นรถ!”
ฟางเจิ้งตอบ “ไม่หิว!”
“ไอ้ห่า…” สวีเหยียนด่าแม่จริงๆ ก่อนจะพูดเกือบแนบชิดข้างหูฟางเจิ้ง “ไม่ใช่หิวไม่หิว แต่ขึ้นรถ!”
“อาตมาไม่หิวจริงๆ!” ฟางเจิ้งตะโกนตามไปด้วย เสียงดังกังวานอย่างยิ่ง ตะโกนแนบชิดตาม