ียงอ่อนโยน
แต่หลู่เจิ้งไม่ได้พูดอะไร เอาแต่ก้มหน้า ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
“เสี่ยวเจิ้ง วันนี้อากาศดีเลย แม่เข็นลูกออกไปเดินเล่นหน่อยไหม” ซูอวิ๋นพูด
“แม่ ผมอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว” หลู่เจิ้งตอบเสียงเบา
ซูอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าขมขื่นยิ่ง ตบบ่าหลู่เจิ้งพลางว่า “ได้ ถ้าลูกอยากออกไปก็เรียกแม่นะ”
พูดจบ ซูอวิ๋นออกจากห้องหลู่เจิ้ง หลู่เจิ้งหันไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง มองสนามบาสนอกหน้าต่าง ราวกับเห็นร่างร่างหนึ่งกระโดดลอยขึ้นแสลมดังก์สวยๆ…
ตอนซูอวิ๋นออกมา หลู่ฮุยไม่อยู่แล้ว ในที่เขี่ยบุหรี่มีหัวบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมดวางกองเต็ม บางอันยังติดไฟอยู่ ควันดำลอยโชยขึ้นมา เห็นได้ว่าหลู่ฮุยเพิ่งออกไปไม่นาน
และตอนนี้เอง ฟางเจิ้งกำลังพาหมาป่าเดียวดายเดินอยู่บนถนนข้างนอก
“อาจารย์ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมกลุ่มคนพวกนั้นถึงถูกคนคนเดียวไล่ไป? คนนั้นเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” หมาป่าเดียวดายตามอยู่ข้างหลังฟางเจิ้ง ถามด้วยความแปลกใจ
ฟางเจิ้งตอบ “จิ้งฝ่า จำเอาไว้นะ โลกนี้มีเรื่องมากมายที่ไม่ต้องใช้กำลังแก้ปัญหา คนมาก บางครั้งก็กลัวคนน้อย”
“เอ่อ เหมือนที่พวกเรากลัวอาจารย์รึเปล่า?” หมาป่าเดียวดายสรุปเรื่องนี้แล้วอนุมาน