เหล่ยทีหนึ่ง หลินเหล่ยเงียบกริบ
หลินจื้อเฉิงก็อยากจะตีน้องโง่นี่ให้ตายเหมือนกัน พูดอะไรมั่วซั่ว?
ทว่าเซี่ยเหมิ่งพยักหน้า “ความเป็นไปได้นี้ก็ไม่แน่ แต่อีกฝ่ายรีบเกินไปหน่อย นี่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ…” เซี่ยเหมิ่งชำเลืองมองพื้นทีหนึ่ง “หญ้าตรงนี้ถูกเหยียบ และยังมีใบไม้ร่วงด้วย เห็นได้ว่ามีคนผ่านตรงนี้ แต่ว่า…” พูดถึงตรงนี้ สีหน้าเซี่ยเหมิ่งจริงจังยิ่งกว่าเดิม
“พี่เหมิ่ง อย่าทำให้ฉันกลัวสิ” หลินอิ๋งมองพื้นแล้วก็ตัวสั่น
หลินเหล่ยว่า “ทำไมเหรอ? พี่เซี่ยยังไม่ได้พูดอะไรเลย?”
“เจ้าโง่ นายดูบนพื้นสิ มีอะไรต่างกับทางที่พวกเรามาไหม” หลินอิ๋งถาม
หลินเหล่ยมองแล้วส่ายหน้า “ไม่เห็นมีอะไรต่างเลย”
“เจ้าโง่! ดินตรงนี้นิ่มมาก เหยียบทีเดียวก็เห็นเป็นรอยเท้าแล้ว แต่ตรงนี้ไม่มีรอยเท้าเลย! ถ้าอีกฝ่ายไปจากตรงนี้จริงๆ แล้วเขาจะออกไปยังไง บินเหรอ เป็นไปได้เหรอ? นี่ยังใช่คนอยู่ไหม?” เอ่ยถึงตรงนี้ หลินอิ๋งแทบจะร้องไห้ เธอกลัวจริงๆ แล้ว เคยได้ยินคนเล่าลือมานานแล้วว่าในภูเขามีตำนานต่างๆ รวมถึงภูตผีน่ากลัวนานาชนิด เธอคิดโยงไปถึงเรื่องพวกนั้นแล้ว
หลินเหล่ยได้ยินเข้าก็ตกใจจนแทบจะโยนหลินจื้อเฉิงทิ้ง วิ่งไปข้างๆ เซี