ม่ให้กิน นี่ถือว่าให้เกียรติพวกคุณมากเลยนะ”
นอกจากเฮ่อหมิงจะหัวเราะแห้งๆ แล้วยังจะพูดอะไรได้อีก?
ฟางเจิ้งมองภาพนี้พลางรู้สึกอบอุ่นในใจ อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
แต่มีคนอารมณ์ไม่ดี เด็กแดงมองไก่สองตัวจากไปพลางทำปากขมุบขมิบ “โง่จริงๆ ไก่ส่งมาถึงปากแล้วยังไม่กิน…เฮ้อ”
สิ้นเสียงเด็กแดงรู้สึกถึงสายตาคมกริบมองมา เขาหันหน้าไปมองถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนกำลังอยู่ในอ้อมกอดเหยาอวี่ซิน! ใบหน้างามของเหยาอวี่ซินแข็งทื่อ แค่นเสียงขึ้นจมูกทีหนึ่ง “มิน่าอาจารย์ถึงจะตีเธอ ต้องสั่งสอนเธอซะบ้างแล้ว ไป พวกเราไปคุยกันตรงนู้น”
เด็กแดงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีทันที จนไปถึงทางนู้น เขารู้แล้วว่าลางสังหรณ์ไม่ดีมาจากไหน
เหยาอวี่ซินพูด “เธอรู้ไหมว่าหมู่บ้านนี้ยากจนขนาดไหน? รู้ไหมว่าหมู่บ้านแบบนี้ ผู้สูงอายุแบบนี้ปีหนึ่งเลี้ยงไก่ได้กี่ตัว? เธอรู้ไหม¥#……¥……&am;” สิบนาทีต่อมา
“อวี่ซิน กินข้าวเร็ว!” ผู้ใหญ่บ้านเหลยเรียก
เด็กแดงเหมือนเห็นความหวังของการหลุดพ้น ทว่าเหยาอวี่ซินกลับพูดจนสนุกปากแล้วจึงโบกมือ พูดวางอำนาจไปว่า “ผู้ใหญ่บ้านเหลือไว้ให้ฉันด้วย รอฉันพูดเสร็จก่อนค่อยกิน!”
เด็กแดงได้ยินแบบนั้นก็แทบจะร้องไห้ สิบนาที ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยหุบปากเลย!
“เจ้าหนู เมื่อกี้พูดถึงไหนแล้ว? ใช่ ยังไม่ได้พูดถึงไก่สองตัวนั้น พวกเราพูดถึงบ้านของคุณยายหูก่อนดีกว่า สุขภาพคุณยายหูไม่ดี ลูกสองคนออกไปรับจ้างทำงาน ปีหนึ่งกลับมาได้ครั้งหนึ่งก็ไม