ขนาดเคาะมู่อวี๋ยังปล่อยอารมณ์ที่ปั่นป่วนออกมา ศิษย์ ถ้านายมีของดีก็เอามาแบ่งปันกัน ถ้าอาจารย์อารมณ์ดีจะได้เข้านอนเร็ว นายเองก็จะได้นอนสงบๆ”
“ไม่ใช่ของดีอะไรหรอก ข้าเห็นมันแล้วก็กลุ้มใจ” เด็กแดงตอบ
ฟางเจิ้งว่า “นี่เป็นเรื่องดี ถ้านายมีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็พูดออกมา อาตมายินดี”
เด็กแดง “¥#%…”
“เอาล่ะ ศิษย์ อย่าขี้งกนักเลย มา ยื่นมือออกมา” ฟางเจิ้งพูด
เด็กแดงได้ยินดังนั้นพลันตึงเครียดในใจ ‘หรือว่าไอ้สารเลวหัวโล้นจะรู้ว่าข้าจะทำอะไร? ไม่ได้การ ความแตกแล้ว ถ้าเป็นที่ที่เรามา การหลอกอาจารย์ฆ่าล้างบรรพบุรุษจะต้องถูกสังหารไร้ที่ฝัง ถ้าไอ้สารเลวหัวโล้นอำมหิตสวดมนต์หนึ่งคืน เปิดโปงข้า แบบนี้ตายเสียดีกว่าอยู่อีกรึไม่?’
เด็กแดงร้อนรนในใจ เกิดอารมณ์ชั่ววูบ พลันนึกถึงแนวคิดอย่างหนึ่ง รีบกล่าว “อาจารย์ ไม่ใช่ของดีอะไรจริงๆ เป็นของว่างของศิษย์เอง”
“ของว่าง? นายซ่อนของว่างไว้? เอาออกมาให้อาจารย์ดูหน่อย” ฟางเจิ้งยิ้มเบิกบานใจกว่าเดิม
เด็กแดงเห็นหลบไม่พ้นจึงเป็นไงเป็นกัน หยิบหินออกมา เอ่ยเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย “อาจารย์ดู…”
เดิมทีคิดว่าฟางเจิ้งจะเปิดโปงว่าเขาโกหก ก่อนจะหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธจัด สวดมนต์จัดการเขา แต่สิ่งที่เด็กแดงคาดไม่ถึงคือฟางเจิ้งทำหน้ามึน ก่อนหัวเราะเสียงดัง “ว้าว ศิษย์ อาหารว่างนายพิเศษมากเลยนะ ฟันดีรึเกิน มา กินให้อาจารย์ดูหน่อย จิ๊ๆ สมกับเป็นเทพเซียน…”
ฟางเจิ้งยิ้มหยีตามองหินสีดำมืดขน