่กระจายออกไปตามท้องตลาด หลังทุกคนรู้อดีตของหลิวฟางฟางต่างต่อว่าตัวเอง หลายคนออกตามหาหลิวฟางฟาง แค่อยากบอกว่า ‘ขอโทษ’
น่าเสียดายหลิวฟางฟางออกจากเมืองเฮยซานไปนานแล้ว กลับไปบ้านเกิด แถมยังไม่มีใครปล่อยเรื่องที่อยู่บ้านเกิดเธอด้วย มีแค่ไม่กี่คนที่ไปเยี่ยมเธอ จนมั่นใจว่าชีวิตเธอมั่นคงแล้วก็ให้ความสงบแก่เธอ หลิวฟางฟางจะไปที่ป่าต้นเบิรช์ขาวทุกวัน มองอักษรที่สลักเหล่านั้น ยิ้มเหมือนเด็กน้อย
“ฟู่ว อายุมากแล้วจริงๆ ความจำคงไม่ดี เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน” ห่างออกไปไกล ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านต้าหลิวนั่งยองอยู่ในพุ่มหญ้า ปากพึมพำ
“ใช่ ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าที่เราแกะสลักไว้ชั่วคราวจะได้ผล เหอะๆ…” อีกคนหัวเราะ
……..
แต่สองคนที่กำลังลำพองใจไม่ได้ยินเสียงพึมพำของหลิวฟางฟางที่ยืนหน้าต้นไม่ “ถึงจะเป็นของปลอม แต่ก็ขอบคุณ…”
สิบปีต่อมาหลิวฟางฟางได้รับจดหมายจากทางทหาร ในนั้นมีของสองอย่าง หนึ่งคือรูปที่เธอให้กับอวี๋กว่างหวา อีกหนึ่งคือตราทหาร! และยังมีจดหมายฉบับหนึ่ง เขียนไว้ถึงความกล้าหาญของอวี๋กว่างหวา และยังยืนยันด้วยว่าอวี๋กว่างหวาสละชีพแล้ว
สามปีต่อมาหลิวฟางฟางกอดตราทหารกับภาพถ่ายรูปนั้นลาจากโลกนี้ไป และตรงท่าเรือเก่ามีรูปปั้นแกะสลักทองสัมฤทธิ์เพิ่มมา เป็นผู้หญิงสวมกี่เพ้า มองทอดไกลไปทางตะวันออก คนท้องถิ่นเรียกว่า ‘มองทหารกลับบ้าน’
ทว่าฟางเจิ้งไม่รู้เรื่องในอนาคต เขารู้เพียงว่าตอนนี้เขากลัดกลุ้มมาก เพราะว่า…