ดจะลงมือ!
ดังนั้นพระโพธิสัตว์จึงเอ่ย “สีกามั่นใจนะว่าอยากสัมผัสเขาจริงๆ?”
“ค่ะ มั่นใจ” เหอเฟยเฟยตอบ
“แบบนี้ค่อนข้างยุ่งยาก โยมต้องรออีกห้าร้อยปี” พระโพธิสัตว์ว่า
เหอเฟยเฟยอึ้งไป ห้าร้อยปีก่อนทำให้เธอเจ็บปวดมากแล้ว ยังต้องรออีกห้าร้อยปี? แต่ว่าพอนึกถึงเงานั้นในใจจึงกัดฟัน “ฉันรอได้ค่ะ!”
“อมิตาพุทธ ได้ตามที่โยมต้องการ” พระโพธิสัตว์โบกมือ
โลกตรงหน้าเหอเฟยเฟยเปลี่ยนไป เธอกลายเป็นต้นไม้ รอบๆ เป็นป่ารกร้าง
เดิมทีเหอเฟยเฟยคิดว่าตอนเป็นหินชินกับความทุกข์ทรมานอย่างเช่นพายุ น้ำค้าง ฝนกับหิมะแล้ว ทว่าพอกลายเป็นต้นไม้ถึงได้เข้าใจว่าความคิดนี้มันไร้เดียงสาแค่ไหน ต้นไม้เทียบกับก้อนหินได้หรือ? หินแข็งแกร่ง ไม่กลัวพายุฝน แต่ต้นไม้ต่างไป พายุพัดดวงตะวันสาดส่อง ฟ้าผ่าน้ำค้างตก มันทรมานประหนึ่งอยู่ในนรกสิบแปดชั้น
ในที่สุดเหอเฟยเฟยก็ผ่านไปสี่ร้อยเก้าสิบเก้าปีอย่างทุกข์ทรมาน
ช่วงที่เหอเฟยเฟยใกล้จะยืนหยัดไม่ไหวนั้น มีร่างเงาหนึ่งเดินมาไกลๆ นั่นคือชายนักเดินทางเท้า ถึงเสื้อผ้าจะเปลี่ยนไป แต่ใบหน้านั้น รอยยิ้มปนความกังวลยังคงคุ้นตา เหอเฟยเฟยยิ้ม ในที่สุดเขาก็มา ยิ้มดั่งปล่อยวางภาระหนัก
ต่อมาสภาพอากาศร้อนเกินไป เมิ่งหย่วนมาอยู่ใต้ต้นไม้ วางสัมภาระลงนั่งใต้ต้นไม้ พิงลำต้นพักผ่อนสักครู่ ก่อนหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เหอเฟยเฟยยิ้ม ในที่สุดก็ได้ตามความปรารถนา ได้สัมผัสเขา ได้มองเขานอนหลับอย่างสงบ เหอเฟยเฟยพยายามเอาใบ