ไม้มาปิดไว้เพื่อบังแสงแดดให้เขา
แต่ความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เมิ่งหย่วนดีขึ้นแล้ว เขาไม่พูดไม่จา หยิบสัมภาระออกเดินทางอีกครั้ง
เหอเฟยเฟยมองเงาแผ่นหลังเมิ่งหย่วนพลางรู้สึกในใจโหรงเหรงอีกครั้ง ทว่าไม่ยึดมั่นเหมือนในตอนแรกอีกแล้ว
“อมิตาพุทธ สีกา เป็นยังไงบ้าง?” พระโพธิสัตว์กวนอิมปรากฏกายอีกครั้ง
“ขอบคุณค่ะพระโพธิสัตว์” เหอเฟยเฟยพูดด้วยความเคารพ
“ยังอยากเห็นหน้าเขาอีกไหม?” พระโพธิสัตว์กวนอิมถาม ในมุมมองฟางเจิ้งแค่สองครั้งน่าจะยังไม่จบ
แต่เหอเฟยเฟยกลับส่ายหน้า “ไม่แล้วค่ะ แค่สองครั้งฉันก็พอใจแล้ว ตอนที่ไม่ได้เจอหน้ามักจะอยากเจอ พอเจอจริงๆ ได้สัมผัส ฉัน…เข้าใจความหมายของคำสอนที่พระโพธิสัตว์พูดมาก่อนหน้านี้ทันทีเลยค่ะ” เหอเฟยเฟยพลันยิ้ม
“อื้ม? สีกาเข้าใจว่ายังไง?” ฟางเจิ้งอยากรู้เหมือนกัน คำสอนนี้ ต่างคนกัน ต่างสภาพแวดล้อมกัน ความเข้าใจจะต่างกันด้วย ฟางเจิ้งอยากรู้มากว่าเหอเฟยเฟยเข้าใจอะไร
“ความรักที่สวยงาม ความรักที่กินใจ เดิมทีเป็นภาพมายา! แต่ความรักที่เป็นภาพมายากลับสวยงามที่สุด! เหมือนตกไปอยู่ในความฝัน แต่กลับสัมผัสไม่ได้ สิ่งที่อยู่แสนไกลสวยที่สุด เพราะไกลจนตามไม่ทัน เต็มไปด้วยจินตนาการ แต่จากที่เข้าใจ ความสวยงามที่สุดจริงๆ อยู่ในแดนความเพ้อฝันที่สร้างขึ้นโดยจิตใจคน ความสวยงามแบบนี้ควรค่าให้พวกเราแสวงหาต่อไป ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็มีแต่จุดจบใจสลาย แต่ก็ยังเฝ้าใฝ่หา
ทว่าภาพมายาก็เป็นภ