้ว ในนั้นมีกล่องใหญ่สี่ใบ กล่องเล็กสี่ใบ ในกล่องใหญ่เป็นเสื้อผ้า ในกล่องเล็กเป็นเครื่องเขียน
ฟางเจิ้งพลันเข้าใจสถานการณ์แล้ว จึงหมุนตัวมาประนมสองมือให้กับชาวบ้านรอบๆ แสดงความเคารพพร้อมบอก “ทุกท่าน อาตมามาไกล เดินทางมาเหน็ดเหนื่อยมาก บนรถมีของอยู่ ต้องขอให้คนช่วยหยิบลงมาหน่อย โยมคนไหนอยากช่วยอาตมาบ้าง?”
ทุกคนเห็นสิ่งที่ฟางเจิ้งทำเมื่อครู่แล้ว บอกว่าไม่ให้จิ่งเหยียนให้ของลูกๆ ของพวกเขา ตอนนี้กลับจะให้พวกเขาช่วย? จึงพากันขมวดคิ้ว
แต่ว่าก็ยังมีคนเดินออกมา เป็นชายร่างเตี้ย ผิวดำ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทว่าดูกำยำเล็กน้อย เขามาไม่พูดอะไร แต่มาถึงหน้าฟางเจิ้งแล้วหยิบกล่องเล็กลงมา ชั่วขณะที่จะหยิบกล่องที่สองนั้น
ฟางเจิ้งพลันกล่าว “ขอบคุณประสกมากนะ กล่องเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องยกเยอะ”
ชายร่างเตี้ยมองฟางเจิ้งด้วยแววตามึนงง เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่ากล่องเบาขนาดนี้ทำไมยังต้องให้คนช่วย หลวงจีนนี่คิดว่าสูงศักดิ์แค่ไหนเชียว? เขากลอกตามองบน เตรียมจะเดินไป
จิ่งเหยียนไม่เข้าใจเหมือนกัน เธอเคยเห็นพละกำลังของฟางเจิ้งมาแล้ว แต่ยกกล่องเดียวไม่ไหว? เป็นไปได้เหรอ? เธอเป็นคนขนกล่องพวกนี้มาเอง หนักแค่ไหนเธอรู้ดีที่สุด
ระหว่างที่ทุกคนมีสีหน้าฉงน ฟางเจิ้งเรียกชายที่จะเดินไปเมื่อครู่ไว้ “เดี๋ยวก่อนประสก”
ชายคนนั้นหันมามองฟางเจิ้งด้วยความสงสัย ไม่พูดอะไรเช่นกัน
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ ก่อนหยิบเสื้อขนเป็ดตัวหนึ่งมาจากในกล่องบนรถ