ยิ้มเอ่ยว่า “อมิตาพุทธ ขอบคุณประสกมากนะที่ช่วย อาตมาจนมาก ไม่มีเงินตอบแทน เสื้อนี่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนให้ประสกแล้วกัน”
ชายคนนั้นอึ้งไปโดยพลัน มองฟางเจิ้งด้วยความตกใจระคนงงงัน จากนี้นมองเสื้อแล้วมองฟางเจิ้งอีกที ทำแบบนี้ต่อเนื่องหลายครั้ง ใบหน้าแข็งทื่อกับมุมปากพลันขยับไหวเล็กน้อย ดวงตาเย็นชามีประกายเพิ่มมาหลายส่วน และยังมีรอยยิ้มเล็กน้อย เขารับเสื้อไป ยิ้มพูดว่า “ไต้ซือ อยากให้ช่วยอีกไหม? ผมแรงเยอะมากนะ”
จิ่งเหยียนเห็นดังนั้นก็อึ้งทึ่ง เธอไม่ใช่คนโง่ เป็นนักข่าวย่อมมีสายตาแพรวพราว ถึงเธอจะไม่เคยมาหมู่บ้านสะพานบูรพา แต่ก็เคยไปหมู่บ้านคล้ายๆ แบบนี้มา อีกทั้งต้องมีครอบครัวเศรษฐีมาบริจาคด้วยใจเมตตากันที่นี่ไม่น้อยแน่ๆ ชาวบ้านเหล่านี้ไม่ควรเย็นชาถึงจะถูก หรือว่าจะเป็นดั่งคำเล่าลือจริงๆ ว่าเกิดเรื่องนั้นขึ้น? ถ้าเป็นอย่างนี้จริงก็สิ้นมโนธรรม ควรประหารด้วยการยิงเป้าแล้ว!
พอเห็นพวกชาวบ้านที่เย็นชากับเธออย่างยิ่ง เมื่ออยู่ต่อหน้าฟางเจิ้งกลับเผยยิ้มให้ จิ่งเหยียนจึงรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ ‘ของก็ของฉัน! เข้าใจแล้วอะไรเรียกว่ายืมดอกไม้มาถวายพระ…’
ถึงจะบ่นในใจ แต่ส่วนลึกข้างในกลับดีใจ เพียงแต่ไม่เข้าใจเล็กน้อย ฟางเจิ้งแค่ส่งเสื้อผ้าให้ตัวเดียว เธอกลับเห็นความตกตะลึงในแววตาชาวบ้าน จากนั้นกลายเป็นความตื่นเต้น ตื่นเต้นจนบรรยายไม่ได้! ขณะเดียวกันตัวอีกฝ่ายยืดตรงขึ้นไม่น้อย กำลังวังชาต่างออกไป เหมือนขอ