ปทำอะไรหรือ?” ฟางเจิ้งถามไปตามจิตใต้สำนึก
หลวงจีนยิ้มซื่อๆ “คือ…ก่อนหน้านี้พวกเราไม่เคยเห็นภาพของวัดท่านมาก่อนเลย ประกาศที่เราทำเป็นภาพวาด เจ้าอาวาสเห็นแล้วโกรธมาก ต่อว่าพวกศิษย์พี่ยกใหญ่ ให้พวกเราเอารูปภาพมาแทน แต่ว่า…” พูดถึงตรงนี้หลวงจีนพูดต่อไปไม่ได้ ผิวหนังคล้ำออกเป็นสีแดงเล็กน้อย
ฟางเจิ้งยิ้ม ประนมสองมือแสดงความเคารพ “อมิตาพุทธ เรื่องนี้จะโทษท่านไม่ได้ โทษอาตมาเถอะ วัดเอกดรรชนีเล็กเกินไป หาในอินเทอร์เน็ตไม่เจอก็ปกติ ที่อาตมามีรูปภาพอยู่ จะส่งให้เดี๋ยวนี้เลย”
เดิมทีหลวงจีนคิดว่าฟางเจิ้งจะโกรธจึงเตรียมถูกด่าไว้แล้ว กระทั่งครั้งนี้วิ่งมาจะขอภาพยังระแวงหมัดมวย ใช้ความด้านของหนังหัวดาหน้าเข้ามา แต่ไม่นึกเลยว่าฟางเจิ้งเจ้าอาวาสที่มาพร้อมกับความปาฏิหาริย์ท่านนี้จะโอนอ่อนตาม หลวงจีนหน้าดำจึงยิ้มเบิกบานใจ เอารูปภาพแล้วเดินไปอย่างดีอกดีใจ
ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังหลวงจีนรูปนี้พลางถูจมูก หัวเราะเหอะๆ ‘ใครบอกว่าหลวงจีนวัดเมฆาขาวหยิ่งกัน ฉันว่านิสัยดีกันหมดเลยต่างหาก…’
จนถึงตอนนี้ฟางเจิ้งยังไม่แน่ใจในตำแหน่งของตัวเอง ต้นกกข้ามฟากมาพร้อมกับตำนานที่ตกทอดมาจากพระโพธิธรรม เมื่อรวมเข้าด้วยกันฐานะเขาจึงสูงขึ้นตาม เขาเป็นดาวเด่นในหมู่นักบวช อีกทั้งนักบวชส่วนใหญ่ก็เคยได้ยินตำนานของพระโพธิธรรมมาก่อน ต้นกกข้ามฟากยังเป็นตำนานที่สืบทอดกันต่อมา ไม่เห็นพระโพธิธรรม แต่เห็นฟางเจิ้ง แน่นอนว่าย่อมเพิ่มพูนขึ้น