มา ในใจจึงเกิดความเคารพยำเกรง
พอรู้ว่าในที่สุดวัดเอกดรรชนีของตนก็จะได้ขึ้นป้ายประกาศและมีชื่อเสียงจริงๆ สักที ฟางเจิ้งก็ตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาไม่ไปที่อื่น แต่นั่งยองรออยู่ตรงป้ายประกาศหน้าประตูใหญ่วัดเมฆาขาว
สิบกว่านาทีต่อมาหลวงจีนหน้าดำพาหลวงจีนอีกหลายรูปวิ่งมา หลังแสดงความเคารพฟางเจิ้งแล้วก็แปะประกาศใหม่ทั้งหมด ฟางเจิ้งเห็นประตูใหญ่วัดเอกดรรชนีข้างบนรวมถึงอักษรใหญ่สีทองก็ยิ้ม ‘หลวงตาหนึ่งนิ้ว ในที่สุดวัดเอกดรรชนีของเราก็ได้ติดประกาศหน้าประตูวัดเมฆขาวแล้วนะ ท่านเห็นไหม?’
ฟางเจิ้งกลับกุฏิอย่างมีความสุข หยิบคัมภีร์ที่จะสวดในวันพรุ่งนี้ออกมาท่องเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เองมีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวมาจากข้างนอก
ฟางเจิ้งออกไปดูก็เห็นหลวงจีนหลายรูปชี้บนยอดหลังคาพลางตะโกนบางอย่าง ฟางเจิ้งเงยหน้ามองก็เห็นก้นลิงสีแดงหายไปในป่าพอดี
จากนั้นได้ยินหลวงจีนรูปหนึ่งพูดด้วยความไม่พอใจ “ลิงนี่ทำเกินไปแล้ว มาขโมยของในวัดทุกสามถึงห้าวันตลอด ก่อนหน้านี้ขโมยเครื่องถวายไป ตอนนี้มาเล่นพระพุทธรูปอีก เฮ้อ…ถ้าอาตมาไม่ใช่นักบวช ถ้ามันไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง อาตมาจะตีมันให้พิการไปเลย!”
“ช่วยไม่ได้ เป็นสัตว์คุ้มครองนี่ จนปัญญาละ ไปเถอะ รีบไป เฮ้อ…” หลวงจีนอีกรูปบ่น
ฟางเจิ้งเห็นหลวงจีนร่างกำยำหลายรูปจนปัญญากับลิงตัวหนึ่งก็ขบขัน ที่ไหนได้ไม่ใช่แค่เขาที่ถูกสัตว์คุ้มครองก่อกวน! พอนึกถึงกระรอกที่ตอนแรกมาแอบขโมยของแถมยั