้างใหม่! คนอยู่ก็มีทุกอย่างแล้ว!
หลังพนักงานดับเพลิงจัดการเรื่องทางนี่เสร็จก็แยกย้ายไป
หวังโอ้วกุ้ยรวมแรงงานคนช่วยกันชำระสะสางบ้านสกุลเฉิน ดูว่ายังมีของที่ใช้ได้อีกไหม
ครอบครัวเฉินจินก็ช่วยด้วยเหมือนกัน ยุ่งจนถึงช่วงบ่ายก็ส่งชาวบ้านด้วยความกระตือรือร้น
ครอบครัวเฉินจินมองซากบ้านพลางถอดถอนใจ
เฉินจินด่าทอเบาๆ “ต้องโทษฟางเจิ้ง ปีใหม่มัวธูปดอกแรกอะไรอยู่ได้…”
ป๊าบ!
เฉินจินถูกตบหัว!
เฉินจินถามด้วยความโมโห “ซูหง คุณทำอะไรเนี่ย?”
“ทำอะไรเหรอ?! ก็ตีคุณไง! จะฟาดคุณด้วย! ไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม? ลองด่าฟางเจิ้งอีกทีดูสิ? จะบอกให้นะเฉินจิน นับจากนี้ไปถ้าฉันได้ยินคุณด่าฟางเจิ้งอีก จะไม่ใช่แค่ตบแน่! ฉันจะเอารองเท้าฟาดคุณด้วย!” ซูหงยืนเท้าสะเอวด้วยท่าทีเหมือนกับมารดาผู้โหดร้าย
เฉินจินถูกข่มจนตะลึงค้าง สองคนอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นซูหงโหดแบบนี้! นี่ภรรยาเขาเหรอ? ปกติเขาว่ายังไงก็ว่าตามนั้นนี่? ทำไมวันนี้ถึงคัดค้าน?
เฉินจินรีบมองไปทางเฉินหลงลูกชายเขา “ลูกไม่สนใจหน่อยเหรอ? แม่ลูกกำลังเข้าข้างคนอื่นนะ!”
เฉินหลงตบบ่าเฉินจิน “พ่อ อย่าโกรธเลยน่า”
ในใจเฉินจินขยายออก คิดในใจว่า ‘ลูกก็ยังให้อภัยเรา เป็นห่วงเรา…”
“แม่พูดถูกแล้ว! แม่ รองเท้าไม่พอหรอก ผมจะช่วยด้วย!” เฉินหลงกล่าวต่อ จากนั้นยืนอยู่ข้างหลังซูหง
เฉินจินตะลึงงัน นี่มันอะไรกัน? ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ทุกคนก่อกบฏอย่างนั้นเหรอ?
เฉินจิ