นให้ผมนะ”
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะดังลั่น “เฉินจิน เรื่องนี้น่ะพูดยากจริงๆ อาจจะเป็นผลจากโจ๊กล่าปาหรือไม่ใช่ก็ได้ ไม่ว่ายังไงโรคต่างๆ มากมายของทุกคนก็หายดีจริงๆ ใครป่วยก็หาย ไม่ป่วยร่างกายแข็งแรงขึ้น นายดูอาถานจะเดินเร็วกว่าฉันแล้ว”
ถานจวี่กั๋วยิ้ม “เฉินจิน บอกแกตั้งแต่แรกแล้วไงว่าให้ตามพวกเราขึ้นเขา แต่ก็ไม่ฟัง เฮ้อ แกพลาดแล้วล่ะ…”
เฉินจินไม่เชื่อคำพูดคนอื่น แต่เชื่อคำพูดถานจวี่กั๋ว ถานจวี่กั๋วไม่เคยโกหกสักครั้งในชีวิต! คิดได้ดังนั้นเฉินจินก็อึ้งไป โจ๊กล่าปาชามเดียวมีผลขนาดนี้เลย? นะ…นี่เป็นไปได้หรือ?
ยังไม่ทันที่เฉินจินจะตอบกลับ ซูหงภรรยาเฉินจินร้อนใจแล้ว ตบเข้าที่หัวเฉินจินไปทีหนึ่ง “คุณนะคุณ! เพราะคุณมันไร้เหตุผล ให้คุณขึ้นเขาก็ไม่ไป พอฉันจะไปก็ไม่ให้ไป เห็นแก่ตัว…ไม่คุยด้วยแล้ว!” พูดจบซูหงก็เดินไป
เฉินจินรีบถาม “คุณจะไปไหน?”
“ขึ้นเขา! ดูว่าฟางเจิ้งยังมีโจ๊กล่าปาเหลือไหม ไม่ได้การ ฉันต้องกินสักคำ! ไม่อย่างนั้นไม่ยอมแน่!” ซูหงกล่าวพลางเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
เฉินจินเห็นดังนั้นก็โกรธ จึงตะโกนเสียงดัง “กลับมาเดี๋ยวนี้! จะไปทำไม เมื่อวานไม่ไป วันนี้ยังมีหน้าไปอีกเหรอ?”
“เฉินจิน จะตายแล้วยังรักหน้าตาอีก แต่วันนี้ขึ้นเขาไปก็คงหมดหวังจริงๆ ฟางเจิ้งบอกแล้วว่าจะแจกโจ๊กล่าปาแค่วันเดียว วันที่สองไม่แจกแล้ว เจ้าเด็กคนนั้นไม่ได้เรียนพระธรรมมาเยอะเท่าไร แต่เรียนนิสัยหัวแข็งของหลวงจีนหนึ่งนิ้วมาแปดส่วน