าแตะต้องธูปชั้นดีก็อาจจะถูกลดอาหาร! ดังนั้นมันจึงสะบัดหาง มันทำได้แค่นี้แหละ ที่เหลือทำไม่ได้จริงๆ
หมาป่าเดียวดายออกมาแล้ว หลิวเทากับอู๋ไห่ที่ขวางอยู่หน้าประตูเห็นแบบนั้นจึงรีบหลีกทางให้
หมาป่าเดียวดายกวาดสายตามองสองคนนี้อีกรอบ แล้ววิ่งออกจากประตูใหญ่ หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลิวเทา อู๋ไห่ และช่างกล้องสามคนกลืนน้ำลายพร้อมกัน นัยน์ตาฉายแววเหลือเชื่อ…
ฟางเจิ้งเดินเข้ามาเอ่ย “อมิตาพุทธ พวกโยมเห็นรึยัง หมาป่าตัวนี้ไม่เกี่ยวกับอาตมาจริงๆ มันเป็นเพียงแขกของวัดเท่านั้น ซึ่งตัวมันก็ยังเป็นสัตว์ป่าด้วย”
หลิวเทายิ้มเจื่อนๆ “เอ่อ…ช่างเถอะ ถ้าอย่างนั้นผมกลับไปขอคำสั่งแล้วค่อยว่ากันอีกที หลวง…ไต้ซือ ผมขอตัวก่อนล่ะครับ” หลิวเทาจะกลับไป อู๋ไห่จะพูดอะไรได้ จึงรีบร้อนกล่าวลา กลุ่มคนลงเขาไปอย่างเร่งรีบ
ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังของสามคนจากไปไกลพลางขมวดคิ้ว เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นอย่างไร้มูลเหตุ ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ ถ้าไม่อย่างนั้นหน่วยงานด้านกฎหมายคงไม่ถึงขั้นมาหา
ฟางเจิ้งเข้าวีแชตติดต่อหาโหวจื่อ เทียบกับหวังโอ้วกุ้ยในหมู่บ้านแล้ว โหวจื่อที่อยู่ในเมืองจะรู้ข่าวมากกว่าหน่อย
ฟางเจิ้งถาม โหวจื่อก็ตอบกลับทันที “ไต้ซือ ท่านไม่รู้เรื่องนี้หรอครับ? เฮ้อ ไอ้พวกบ้าในเมืองพวกนั้นก่อความวุ่นวายบนเขา พอลงเขามาก็พูดจามั่วซั่ว แถมยังมีไอ้เฉินจิ้งอีก มันส่งข่าวเขียนบทความยาวสาดโคลนใส่วัดเอกดรรชนี เจ้านี่ลงแรง