…ข้าก็…อาจจะตายจริงๆ”
จิ้งเผิงได้แบกร่างของลั่วเหอและขี่กระบี่บินไปที่ถ้ำใกล้ๆ กับที่จิ้งเผิงนั้นเจอลั่วเหอ จิ้งเผิงนั้นได้ถ่ายลมปราณช่วยลั่วเหอ ส่วนลั่วเหอที่พอมีสติก็เริ่มเดินลมปราณขจัดความเย็นออกจากร่างกาย และเริ่มปรับลมปราณให้เดินตามปกติ เพราะหลังจากที่ลั่วเหอต่อสู้กับโจวซิน ปราณดาบของโจวซินโจมตีทั้งภายนอกและภายในลั่วเหอไม่น้อย
ลั่วเหอลืมตาขึ้นและได้คำนับจิ้งเผิง
“ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือ!”
จิ้งเผิงส่ายมือ เขานั้นใช้ดัชนีสองนิ้วสะบัดออกไปทางกิ่งไม้ใกล้ๆ ก็เกิดไฟลุกขึ้น ทำให้ลั่วเหอสนใจไม่น้อย เพราะในคัมภีร์เซียนที่ท่านอาจารย์ของลั่วเหอทิ้งไว้ให้ ก็มีบันทึกวิชาเปลวไฟนี้ไว้
“ไม่เป็นไรๆ แต่เจ้าช่างโชคดีเสียจริง รอดมาได้ เจ้าถูกสิ่งใดโจมตีงั้นรึ?”
ลั่วเหอนั้นก้มหน้าชั่วครู่ เขานั้นก็นึกถึงราชันย์อสรพิษหยกขาว จึงกล่าวออกมา
“เรียนท่านเซียน ข้านั้นออกมาสำรวจการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรระดับสูง นึกไม่ถึงจะถูกสัตว์อสูรพบเข้าจนได้รับบาดเจ็บ”
จิ้งเผิงนั้นฟังสิ่งที่ลั่วเหอกล่าว เขานั้นก็นึกย้อนไปถึงคลื่นพลังที่น่ากลัว เขานั้นคิดว่าเป็นพลังของสัตว์อสูรระดับสูงตัวนั้น แต่แท้จริง