าเชื่อว่าจะต้องมีสักวันที่นางจะบอกตน
ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงยังเบื้องหน้าโรงเตี๊ยมอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปหลายช่วงถนน พลางมองห้องติดถนนที่จุดตะเกียงสว่างห้องหนึ่งอย่างเงียบเชียบไม่เอ่ยวาจา
“เฟิงเอ๋อร์…” เธอมองเงาร่างบนหน้าต่างพลางส่งเสียงพึมพำ
“เย่ว์เย่ว์ คนผู้นั้นใช่เฟิงจริงๆ หรือไม่” เจ้าคำรามน้อยยังคงมีขนดำขลับ เย่ว์เย่ว์บอกว่าก่อนที่เรื่องราวจะเสร็จสิ้นลง มันจะต้องมีสภาพเช่นนี้ไปตลอด
สภาพเช่นนี้ช่างน่าเกลียดนัก ไม่น่าอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย มันก็ยังชอบสภาพขาวสะอาดของตนมากกว่าอยู่ดี
แต่มันยังไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้กับซือหม่าโยวเย่ว์ในตอนนี้ เพราะมันเข้าใจดีว่าตอนนี้เธอมีความรู้สึกเช่นไร
“เจ้าได้กลิ่นเฟิงเอ๋อร์แล้วหรือยัง”
เจ้าคำรามน้อยส่ายหน้า แต่สภาพดำเมี่ยมนั้นทำให้มองไม่เห็นหัวของมันในความมืดแล้ว
“กลิ่นอายก็ไม่เหมือนกันด้วย…” ซือหม่าโยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองเงาร่างนั้นอีกครั้ง นัยน์ตาฉายแววผิดหวัง
คนผู้หนึ่งเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้ เปลี่ยนเสียงได้ แต่ยากนักที่จะเปลี่ยนแปลงกลิ่นอายได้
“บางทีเขาอาจจะพกสิ่งของที่เปลี่ยนแปลงกลิ่นอายได้เหมือนเจ้าก็ได้นะ” เจ้าคำรามน้อยเอ่ยโน้มน้าว
ซือหม่าโยวเย่ว์ชะงักไปแล้วจึง