ความสง่างามแฝงอยู่ในความเกียจคร้าน
ที่ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มในเสื้อคลุมสีฟ้าหน้าตาดุร้ายอยู่ เมื่อได้ยินวาจาของพี่ชายตนจึงพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
สีหน้านั้น น้ำเสียงนั้น ดูเหมือนว่าจะมิได้เห็นจานเจิ้นซินอยู่ในสายตาเลย
คนตระกูลกัวเห็นผู้ที่เข้ามาแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า ดูเหมือนได้พบพวกเขาแล้วจะดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนสีหน้าของคนตระกูลจานก็ดูไม่สู้ดีเสียแล้ว แต่ละคนมีสีหน้าราวกับกินซากแมลงวันตาย
“อ้อ ที่แท้เจ้าก็ไม่รู้เช่นกัน” อวิ๋นอี้พูดอย่างเรียบเรื่อย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนี้เจ้าก็ประมือกับผู้มีพรสวรรค์ตระกูลจานเสียหน่อยสิ ดูว่าด้อยกว่าเขามากหรือไม่ ถ้าหากว่าใช่ คราวหน้าก็อย่าลืมถอยสามก้าวด้วยล่ะ”
“ได้เลย” อวิ๋นเฟิงพยักหน้ามองจานเจิ้นซิน
จานเจิ้นซินกล้าประลองกับอวิ๋นเฟิงที่นี่จริงๆ เสียที่ไหนกัน อีกฝ่ายระดับสูงกว่าตนถึงสองขั้น
“ฝากไว้ก่อนเถิด!”
เขาสบถคำหยาบออกมาประโยคหนึ่งก่อนจะพาคนตระกูลจานหนีหัวซุกหัวซุนออกไป
“ชิ ขี้ขลาดนัก!” กัวเลี่ยงยกนิ้วมือขึ้นแสดงท่าทีดูแคลนใส่แผ่นหลังของคนตระกูลจาน
“พี่อวิ๋นอี้ ท่านมิได้อยู่ที่เบื้องบนหรอกหรือ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน”